เส้นทางหาเสียง "พงศพัศ" กับบุคลิก "คิดบวก-ไร้ข้อขัดแย้ง-บริหารแบบไร้รอยต่อ"

เส้นทางหาเสียง "พงศพัศ" กับบุคลิก "คิดบวก-ไร้ข้อขัดแย้ง-บริหารแบบไร้รอยต่อ"

เส้นทางหาเสียง "พงศพัศ" กับบุคลิก "คิดบวก-ไร้ข้อขัดแย้ง-บริหารแบบไร้รอยต่อ"

รูปข่าว : เส้นทางหาเสียง "พงศพัศ" กับบุคลิก "คิดบวก-ไร้ข้อขัดแย้ง-บริหารแบบไร้รอยต่อ"

เส้นทางหาเสียง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ นับเป็นบุคคลหน้าใหม่ทางการเมือง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางการเมืองในสนามเลือกตั้งเพียงแค่ 44 วันเท่านั้น โดยภาพลักษณ์ และแนวนโยบายที่ถูกนำเสนอ ว่าพร้อมในการบริหารจัดการ กทม. ถือเป็นศักยภาพที่พรรคเพื่อไทย วางไว้ให้ทั้งหมด โดยเฉพาะบุคลิกภาพ "คิดบวก-ไร้ข้อขัดแย้งและการบริหารแบบไร้รอยต่อ" และแม้สัปดาห์แรกของการหาเสียง พล.ต.อ.พงศพัศ จะมีคะแนนนิยมน้อยกว่าคู่แข่งในพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม แต่ 4 สัปดาห์หลังจากนั้นกลับเป็นต่อมาโดยตลอด


 

ทันทีที่จับได้หมายเลขมหาโชค หมายเลข 9 เป็นเลขประจำตัว พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ก้าวออกจากความเป็นข้าราชการตำรวจ ก็สวมบทความเป็นนักการเมือง ลงพื้นที่หาเสียงท่ามกลางแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ให้การสนับสนุนในทุกด้าน ตั้งแต่ภาพลักษณ์ นโยบายและยุทธศาสตร์การหาเสียง โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นหัวเรือใหญ่ หรือแม้แต่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่พลาดหวังจากการลงสมัครจนเป็นที่มาของข่าวความขัดแย้งก็ให้คำปรึกษาในกลยุทธทางการเมือง

และหลังโหมโรงเปิดปราศรัยใหญ่นัดแรก ที่ลานคนเมือง นับว่าสัปดาห์แรก พล.ต.อ.พงศพัศ อยู่บนกระแสของแคมเปญ "สร้างอนาคตกรุงเทพฯร่วมกับรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ" ซึ่งนับเป็นยุทธศาสตร์การเปิดตัวที่ค่อนข้างแรง สำหรับผู้สมัครหน้าใหม่ทางการเมือง แต่ พล.ต.อ.พงศพัศ ก็สร้างสีสันลีลาหลากหลายรูปแบบ ชนิดที่ว่า "เวทีหาเสียงทำให้คนการเมืองทำได้ทุกอย่าง" จนเป็นกระแสตั้งแต่โค้งแรก ว่าเสียงตอบรับดีแซงหน้าคู่แข่งพรรคตรงข้าม

เสียงสะท้อนในโค้งแรก กลายเป็นแรงส่งให้ พล.ต.อ.พงศพัศ เร่งเครื่องสูงในช่วงสัปดาห์ที่ 3 และ 4 แต่ในจังหวะนี้ ก็ถูกแรงกดดันจากการรื้อฟื้นคดีลักทรัพย์ การเปลี่ยนชื่อ และกรณีมีชื่อในทีโออาร์โครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนทั่วประเทศ เป็นเหตุให้พรรคเพื่อไทยต้องปรับยุทธศาสตร์เชิงรุก ด้วยการวาง พล.ต.อ.พงศพัศ ไว้เหนือการเมืองด้วยภาพบุคลิก "คิดบวก-ไร้ข้อขัดแย้งและห้ามตอบโต้" พร้อมกับระดมแกนนำของพรรคลงพื้นที่ช่วยหาเสียง โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นนอกเวลาราชการ จะเห็นนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร่วมคณะด้วยแทบทุกนัด ไม่ว่าจะเดิน ขึ้นรถแห่ หรือเปิดปราศรัย


 

การหาเสียงของผู้สมัครถูกสลับกับกำหนดการแถลงเปิดนโยบายเฉพาะด้านในทุกวันพุธ ของทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะการแถลงเปิดนโยบายด้านความปลอดภัยของคนกรุงเทพฯ ซึ่งความเป็นอดีตนายตำรวจเก่าถูกชูขึ้นให้เด่นชัด โดยย้ำในคุณสมบัติว่า พล.ต.อ.พงศพัศ ผ่านงานมาแล้วไม่ว่าจะ แก้ปัญหาอาชญากรรม ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ถือเป็นการโชว์ความเป็นมืออาชีพ

ช่วงโค้งสุดท้าย พรรคเพื่อไทยระดมทุกสรรพกำลังของพรรค ลงพื้นที่เป็นรอบที่ 2 โดยเน้นพื้นที่ฐานเสียงของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม และสัปดาห์นี้ยังเพิ่มกลยุทธแถลงนโยบายสุดท้าย ว่าด้วยเรื่อง"พลิกโฉมกรุงเทพฯ สร้างโอกาสใหม่ สร้างรายได้ใหม่ ให้คนกรุงเทพฯ" พร้อมปิดฉากหาเสียงด้วยการเปิดปราศรัยใหญ่ที่สวนลุมพินี ก่อนสิ้นสุดเวลาหาเสียงก็ระดมขบวนรถแห่กระจายขอคะแนนเป็นครั้งสุดท้าย


กลับขึ้นด้านบน