รู้จัก "ม.ร.ว.สุขุมพันธ์" โดดเด่นเมื่อ “ก็อดอาร์มี่ยึดสถานทูตพม่า”

รู้จัก "ม.ร.ว.สุขุมพันธ์" โดดเด่นเมื่อ “ก็อดอาร์มี่ยึดสถานทูตพม่า”

รู้จัก "ม.ร.ว.สุขุมพันธ์" โดดเด่นเมื่อ “ก็อดอาร์มี่ยึดสถานทูตพม่า”

รูปข่าว : รู้จัก "ม.ร.ว.สุขุมพันธ์" โดดเด่นเมื่อ “ก็อดอาร์มี่ยึดสถานทูตพม่า”

รู้จัก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 15 ผู้ที่เคยได้รับคะแนนสนับสนุนจากคนกรุงเทพฯ มากถึง 934,602 คะแนน นับเป็นอดีต รมช.ต่างประเทศ ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ด้วยเหตุการณ์ "ก็อดอาร์มี่ยึดสถานทูตพม่า" เพราะตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นตัวประกัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ในครั้งนั้น จนกลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงทางการเมือง

"แชมป์เก่า" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร หรือ คุณชายหมู อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 15 เดิมดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นโอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ และหม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งแรก และได้รับเลือกเมื่อวันที่ 11 มกราคม ปี 2552 ด้วยคะแนน 934,602 คะแนน จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ 2 ล้าน 120,721 คน แต่ก่อนสิ้นสุดวาระ 1 วัน หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง

จนเป็นที่มาของกระแส ว่าเป็นการแก้เกมการเมือง เพื่อขยายเวลาการเลือกตั้งเป็น 45 วัน ซึ่งเสมือนจะเพิ่มเวลาชี้แจงกับประชาชน หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งข้อกล่าวหาในคดีทุจริตทำสัญญาให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุง โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส

คุณชายหมู เป็นที่รู้จักในวงการการเมืองครั้งแรกด้วยบทบาท อาจารย์นักเรียนนอก ที่เป็นทีมที่ปรึกษา "บ้านพิษณุโลก" ของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และหลังเข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ตำแหน่งสูงสุดคือ รมช.ว่าการกระทรวงการต่างประเทศในสมัย รัฐบาลชวน หลีกภัย 2 โดยสร้างผลงานชิ้นโบว์แดง ด้วยการตัดสินใจสละตัวเองเพื่อเป็นตัวประกันในเหตุการณ์ "ก็อดอาร์มี่ยึดสถานทูต" เมื่อปี 2542 และโรงพยาบาลราชบุรี ที่อำเภอสวนผึ้ง" เมื่อปี 2543

4 ปีของการทำหน้าที่ ผู้ว่าฯ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ประกาศ "ทั้งชีวิตเราดูแล" ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ "รอยยิ้ม" แต่บริบทที่เกิดขึ้นกลับสวนทาง หลังมีข้อสังเกตว่า บุคลิกผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 15 คนนี้ เข้าถึงยาก และไม่เป็นมิตรกับสื่อมวลชน รวมไปถึงการกระทบกระทั่งกับการเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะความขัดแย้งในการป้องกันน้ำท่วม ทำให้ภาพลักษณ์ ดูด้อยลง

ขณะเดียวกันก่อนลงจากตำแหน่งกลับมีเสียงสะท้อนถึงผลงานที่ไม่เข้าตา อาทิ การติดตั้งกล้องวงจรปิด, กรณีอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ, การก่อสร้างสนามฟุตซอลหนองจอก อารีน่า และกรณีปัญหารถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย สายวงเวียนใหญ่ ซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็นแผลฉกรรจ์ ก่อนก้าวลงสนามเลือกตั้ง


กลับขึ้นด้านบน