ประชุมภาคีฯ ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ กรณีล่างาช้างทวีปแอฟริกา

ประชุมภาคีฯ ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ กรณีล่างาช้างทวีปแอฟริกา

ประชุมภาคีฯ ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ กรณีล่างาช้างทวีปแอฟริกา

รูปข่าว : ประชุมภาคีฯ ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ กรณีล่างาช้างทวีปแอฟริกา

ประชุมภาคีฯ ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ กรณีล่างาช้างทวีปแอฟริกา  สำนักข่าวเอพีนำเสนอรายงานข่าวปัญหาการล่าช้างเอางาในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกเข้าสู่การหารือของที่ประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพันธุ์พืชหายากหรือไซเตส ที่กำลังประชุมกันอยู่ในไทยขณะนี้

ขบวนการค้าสัตว์ป่าที่ล่าช้างเอางาช้างป่าในทวีปแอฟริกา จนช้างอาจจะสูญพันธุ์ในเร็วๆ นี้หากยังไม่รีบหาทางปกป้อง โดยเฉพาะในเคนย่าที่มีการล่าช้างเอางากันแบบไม่กลัวเกรงกฎหมาย มีรายงานว่าเมื่อปีที่แล้ว มีช้างป่าในเคนย่าถูกล่าเอางาไปถึง 384 ตัว และปี 2556  มีช้างป่าถูกล่าเอางาไปแล้วไม่ต่ำกว่า 40 ตัว โดยการล่าช้างเอางาในเคนย่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กีปีที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญมาจากความต้องการและราคางาช้างที่เพิ่มสูงในแถบตะวันออกไกล เมื่อปีที่แล้วเจ้าหน้าที่สามารถยึดงาช้างได้ทั่วโลก 34 ตันหรือประมาณ 34,000 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึก

ขณะที่ทางการเคนย่ากำลังดำเนินมาตรการเพื่อห้ามการค้างาช้างในทุกรูปแบบ ในความพยายามที่จะปกป้องประชากรช้างไม่ให้สูญพันธุ์ โดยส่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่าออกไปติดตั้งปลอกคอจีพีเอส หรือเครื่องบอกพิกัดจากดาวเทียมให้กับช้างป่า โดยปลอกคอจีพีเอสนี้จะส่งคลื่นสัญญาณออกมาทุกๆ 2 ชั่วโมงและมีอายุการใช้งานนานเกือบ 2 ปี เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่ารู้ตำแหน่งของฝูงช้างป่าและออกไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที่

 


กลับขึ้นด้านบน