นักวิชาการน้ำ ม.เกษตรฯ เชื่อโครงการจัดการน้ำภาครัฐล้มเหลว

นักวิชาการน้ำ ม.เกษตรฯ เชื่อโครงการจัดการน้ำภาครัฐล้มเหลว

นักวิชาการน้ำ ม.เกษตรฯ เชื่อโครงการจัดการน้ำภาครัฐล้มเหลว

รูปข่าว : นักวิชาการน้ำ ม.เกษตรฯ เชื่อโครงการจัดการน้ำภาครัฐล้มเหลว

นักวิชาการน้ำ ม.เกษตรฯ เชื่อโครงการจัดการน้ำภาครัฐล้มเหลว นักวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่า โครงการประมูลบริหารจัดการน้ำ ภายใต้พระราชกำหนด 350,000 ล้านบาท มีขั้นตอนรวบรัด เสี่ยงที่จะประสบความล้มเหลว พร้อมระบุว่าการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

นักวิชาการด้านน้ำ จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมหาวิทยาลัยเกษตร มีความเห็นตรงว่าโครงการบริหารจัดการน้ำ มูลค่า 350,000 ล้าน มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ต่อการจัดการน้ำของประเทศ แต่ขั้นตอนการทำงาน เสี่ยงที่จะทำให้โครงการนี้ไม่ประสบความสำเร็จ

ด้านนายสุวัจน์ เชาว์ปรีชา นายกฯ วิศวกรรมสถานฯ เห็นว่าคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในโครงการ ล้วนเกี่ยวข้องกับการเมือง มากกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำ ส่งผลให้การทำงานค่อนข้างรวบรัด และมุ่งเบิกจ่ายงบประมาณ มากกว่าทำงานตามหลักวิชาการและวิศวกรรม

ขณะที่รองศาสตรจารย์สุวัฒนา จิตตลดากร อ.ประจำภาควิชาวิศวกรรม ทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งข้อสังเกตว่าเจตนาของการออกหลักเกณฑ์การประมูล หรือ ทีโออาร์ เพื่อจะสรรหาวิธีการและแนวคิดบริหารจัดการน้ำที่ดีที่สุด แต่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ ในฐานะประธาน กบอ. กลับจะเลือกรูปแบบของโครงการก่อน รวมถึงอาจเลือกบริษัทเอกชนไว้ตั้งแต่แรก พร้อมระบุ นายปลอดประสพ เคยหารือกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือไจก้า เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งไจก้าทำรายงานสรุปความเห็นเกี่ยวกับโครงการ ว่าสามารถลดงบประมาณได้ถึงร้อยละ 70 ของวงเงินทั้งหมด แต่ไม่ถูกนำมาเป็นข้อมูลพิจารณา

ด้านรองศาสตรจารย์บัญชา ขวัญยืน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เห็นว่ารัฐบาลควรออกกฎหมายน้ำ เพื่อแก้ปัญหาวินัยการใช้น้ำของเกษตรกร โดยจำกัดการปลูกข้าวปีละแค่ 2 ครั้ง ซึ่งการกำกับบริหารจัดการเพาะปลูกข้าว เป็นเครื่องมือบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่ง พร้อมแนะขุดคลองลัดแม่น้ำท่าจีน และแก้ปัญหาคอขวดของแม่น้ำเจ้าพระยา


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน