นายกฯ ตั้งกรรมการ"ฟื้นฟูชาวเล" หลังจากชาวบ้านเรียกร้องมานาน

นายกฯ ตั้งกรรมการ"ฟื้นฟูชาวเล" หลังจากชาวบ้านเรียกร้องมานาน

นายกฯ ตั้งกรรมการ"ฟื้นฟูชาวเล" หลังจากชาวบ้านเรียกร้องมานาน

รูปข่าว : นายกฯ ตั้งกรรมการ"ฟื้นฟูชาวเล" หลังจากชาวบ้านเรียกร้องมานาน

นายกฯ ตั้งกรรมการ ผู้แทนเครือข่ายบุกกรุงร้องกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือด่วน หลังถูกฟ้องร้องกระจาย รัฐส่ง รองนายกฯลงขจัดอุปสรรคเยียวยาชาวเล

 เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้แทนเครือข่ายชาวเลที่ได้รับผลกระทบจากการไล่ที่ดินและจำกัดพื้นที่การทำกิน ในชุมชนราไวย์ จ.ภูเก็ต  ประมาณ   10 คน  ได้ไปยื่นหนังสือ ต่อนางนงภรณ์ รุ่งเพ็ชรวงศ์  ผู้อำนวยการกองพักษ์สิทธิ์และเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมเพื่อขอสนับสนุนงบกองทุนยุติธรรม กรณีชุมชนชาวเลบ้านราไวย์   ถูกฟ้องขับไล่ออกจากชุมชนดั้งเดิม ซึ่งมีความสำคัญต่อกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลทั้งมอแกนและอูรัคราโว้ย จำนวน244 ครัวเรือน ประชากรกว่า 2,000 คน บนที่ดินประมาณ 19 ไร่ ซึ่งถูกนายทุนที่อ้างกรรมสิทธิ์ขับไล่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวเลมาเป็นเวลายาวนานเพราะเสียสิทธิในการพัฒนาชุมชนทุกด้าน  

 
นายนิรันดร์ หยังปาน ชาวบ้านราไวย์ กล่าวว่าอยากให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ ช่วยสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนยุติธรรม ในการช่วยเหลือเป็นรายกลุ่มชุมชนแทนการสนับสนุนรายบุคคล และให้กระทรวงยุติธรรมเป็นตัวกลางในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น กระทรวงวัฒธรรม กรมบังคับคดี ตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด นักวิชาการด้านกฎหมาย ฯลฯ เพื่อหาแนวทางในการคลี่คลายปัญหาต่อไป ทั้งนี้งบประมาณในการสนับสนุนเรื่องดังกล่าว  เครือข่ายมีการเสนอขอให้กระทรวงฯ ขออนุมัติของบประมาณจากกองทุนยุติธรรม ประมาณ 1,360,000  บาท
 
ด้านนางนงกรณ์ กล่าวภายหลังการได้รับหนังสือว่า ยินดีจะสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการด้านกฎหมาย ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมการตรวจสอบและช่วยเหลือด้านคดีความ โดยอาจจะเริ่มลงพื้นที่ในจังหวัด ภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อเชิญข้าราชการมาร่วมเสนอแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งอาจจะสนับสนุนทนายความโดยไม่คิดค่าบริการ แต่เรื่องบประมาณเป็นเงินนั้น ทางกองฯ ไม่ได้มีอำนาจในการดำเนินการ  
 
ด้านเครือข่ายชาวเลยังได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อที่กระทรวงวัฒนธรรม  โดยมี ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ .) และเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ประสบปัญหา เพื่อสำรวจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาด้านที่ดินของชาวเล อันจะเป็นขั้นตอนสำคัญนำไปสู่การแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการนโยบายเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล     ซึ่งนายกรัฐมนตรี มีอำนาจในการลงนามแต่งตั้งและจะดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการฯ    โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทวงวัฒนธรรม เป็นรองประธานฯ  
 
ข่าวแจ้งว่าล่าสุดทางวธ.ได้แจ้งมายังเครือข่ายชาวเลแล้วว่านายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯชุดนี้เรียบร้อยแล้วโดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นประธาน ส่วนกรรมการมาจากผู้แทนกระทรวงที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ  นายสุริชัย หวันแก้ว นางนฤมล อรุโณทัย และผู้แทนองค์กรชาวเล รวมถึงชาวเลด้วย
 
ทั้งนี้คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ 1.เสนอนโยบาย แผนงาน ให้คำแนะนำ ให้การสนับสนุน และร่วมกันค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล 2.ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และความเห็นในการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรมชาวเลอย่างยั่งยืน 
3. ประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล 
4. เชิญผู้แทนส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐเข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ข้อมูลรวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา
 
5. กำหนดนโยบายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชาวเลและวางแผนเพื่อขยายผลไปสู่การฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมของชุมชนพื้นเมืองอื่นๆ รวมทั้งวางวิสัยทัศน์เกี่ยวกับชุมชนพื้นเมืองในประเทศไทย 
6. ผลักดันให้ชุมชนชาวเลที่มีวัฒนธรรมเข้มแข็งเป็นพื้นที่นำร่องเขตวัฒนธรรมพิเศษและส่งเสริมให้เกิดการถอดบทเรียนจากพื้นที่นำร่องมาเป็นแนวทางในการสร้างดุลยภาพระหว่างการใช้ประโยชน์ของชุมชนกับการอนุรักษ์พื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติ 7. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือบุคคลให้ดำเนินการต่างๆ ตามที่มอบหมายได้
               
ข่าวแจ้งว่า วันที่ 5 มีนาคม ผู้แทนชาวเลทั้งหมดจะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอให้เร่งรัดเรียกประชุมคณะกรรมการฯเนื่องจากขณะนี้ชาวเลกำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากการถูกฟ้องร้องขับไล่ให้ออกจากชุมชนราไวย์ เช่นเดียวกับชาวเลในอีกหลายพื้นที่ที่กำลังประสบปัญหาที่ดินที่อาศัยถูกนายทุนอ้างกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้คณะกรรมการฟื้นฟูชาวเลนี้เป็นไปตามข้อเสนอที่ชาวบ้านเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการมาตั้งแต่ต้น แต่เรื่องกลับล่าช้า ทำให้มีชาวเลถูกจับและถูกดำเนินคดีจำนวนหลายราย จนกระทั่งชาวบ้านได้เดินทางมาทวงถามหลายรอบ ซึ่งล่าสุดรัฐบาลจึงยอมลงนามแต่งตั้ง


กลับขึ้นด้านบน