รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจย้ำยังไม่ปรับ ครม.เศรษฐกิจ

รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจย้ำยังไม่ปรับ ครม.เศรษฐกิจ

รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจย้ำยังไม่ปรับ ครม.เศรษฐกิจ

รูปข่าว : รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจย้ำยังไม่ปรับ ครม.เศรษฐกิจ

รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจย้ำยังไม่ปรับ ครม.เศรษฐกิจ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ยืนยันว่า ยังไม่มีแนวคิดการปรับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังสั่งย้ายนายอารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ไปเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ระบุถึงการย้ายนายอารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ว่า ได้ลงนามเห็นชอบคำสั่งตามที่มีการเสนอชื่อขึ้นมา เนื่องจากทาง ก.พ.ร.ต้องการให้นายอารีพงษ์ ไปช่วยงานตามความถนัด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังคำสั่งย้ายตามที่มีกระแสข่าว แต่ตกเป็นเป้าจากการนำเสนอข่าวของบางสื่อ โดยไม่ได้ติดใจและจะทำหน้าที่ตามปกติและขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดการปรับคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ

ด้านความเคลื่อนไหวการยกร่างรัฐธรรมนูญในวันนี้ (13 พ.ค.2558) คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ได้ประชุมร่วมกันเพื่อหารือแนวทางการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หลังจากที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สนช.) เสนอให้จัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหลังรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ แต่ขณะนี้คณะอนุกรรมาธิการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ได้ดำเนินการไปแล้ว จึงจะหารือร่วมกันอีกครั้งว่าจะให้จัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่อไป หรือจะให้ชะลอการจัดทำไว้ก่อนเพื่อให้รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากรรมาธิการยกร่างฯ จะพิจารณาให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเตรียมจัดทำหนังสืออย่างเป็นทางการในคณะกรรมาธิการยกร่างฯและจะหารือในภาพรวมถึงเหตุผลให้มีการจัดทำประชามติ แต่ยังไม่ลงรายละเอียดถึงวิธีการจัดทำ โดยคาดว่าจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในช่วงบ่ายวันนี้

ขณะเดียวกันนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงการหารือ 6 องค์กรอิสระเมื่อวานนี้ (12 พ.ค.2558) ว่า ได้เห็นชอบร่วมกันในการเสนอความเห็นต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระที่ต้องการให้ยึดตามแนวทางรัฐธรรมนูญปี 2550 เพราะหากมีกรรมการสรรหามากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา

ขณะเดียวกันส่วนข้อเสนอของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนดให้ ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต รวมถึงที่เกี่ยวโยงกับต่างประเทศด้วย ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะส่งให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธนรรมนูญในวันที่ 14 พ.ค.2558


กลับขึ้นด้านบน