"กรณ์"ติงรัฐกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท หวั่นผิดวินัยทางการคลัง-ส่อทุจริตครั้งใหญ่

"กรณ์"ติงรัฐกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท หวั่นผิดวินัยทางการคลัง-ส่อทุจริตครั้งใหญ่

"กรณ์"ติงรัฐกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท หวั่นผิดวินัยทางการคลัง-ส่อทุจริตครั้งใหญ่

รูปข่าว : "กรณ์"ติงรัฐกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท หวั่นผิดวินัยทางการคลัง-ส่อทุจริตครั้งใหญ่

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติงรัฐบาลจะกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาทอาจขัดต่อกฎหมายและขัดหลักวินัยการคลังและอาจนำไปสู่การทุจริตครั้งใหญ่

วานนี้ (11 มี.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความและภาพในสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ้ค "Korn Chatikavanij"ในหัวข้อ "2 ล้านล้านของเรา" ถึงกรณีที่รัฐบาลจะกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาทว่า พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโครงการส้รางพื้นฐานแต่ไม่เห็นด้วยกับแหล่งเงินและวิธีการหาเงินของกระทรวงการคลังและรัฐบาล และวิธีการดังกล่าวอาจขัดกฎหมายและขัดหลักวินัยการคลังซึ่งอาจนำไปสู่การทุจริตครั้งใหญ่ที่สุด โดยมีเนื้อหาดังนี้

"2 ล้านล้านของเรา"

"วันนี้ผมและคุณอภิสิทธิ์ร่วมกับทีมเศรษฐกิจของพรรคได้ไปชมนิทรรศการกู้เงิน 2ล้านล้านบาทของรัฐบาล รองนายกฯกิตติรัตน์และรมว.คมนาคม คุณชัชชาติได้กรุณามาต้อนรับและชี้แจงให้เราฟัง

เกือบทั้งหมดของเงินกู้จะถูกนำไปใช้ในการลงทุนในระบบขนส่ง และส่วนใหญ่จะใช้ลงทุนในระบบราง เกือบทุกโครงการเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ หรือรถไฟใต้ดิน ก็เป็นเรื่องที่ทำต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้ว เราจะต้องศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียด แต่โดยรวม เราสรุปได้ว่าโครงการเหล่านี้ควรได้รับการสนับสนุน และยืนยันได้ว่า หากประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาล เราก็จะสนับสนุนโครงการเหล่านี้ต่อไป

อย่างไรก็แล้วแต่ ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า ผมและพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับแหล่งเงิน และวิธีการหาเงินของกระทรวงคลังและรัฐบาล

พูดง่ายๆคือ โครงการต่างๆนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง เราเห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ แต่เงินมาจากไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมาก มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด

ก่อนอื่นการ 'ยืมเงินคนอื่น' หรือ 'กู้เงิน' นั้น ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องมีฝีมืออะไร ประเด็นสำคัญมีอยู่ 2 ประเด็น

1. ลงทุนโครงการเหล่านี้โดยไม่ต้องกู้ได้ไหม?

2. ถ้าต้องกู้ทำไมไม่กู้ผ่านพ.ร.บ.งบประมาณที่มีการตรวจสอบได้?

ทางรัฐบาลไม่ได้มีการวางแผนอย่างจริงจังว่าจะดันให้เอกชนและต่างชาติที่มารับงานต้องใช้เงินตัวเองในรูปของเงินลงทุนอย่างใด จึงเท่ากับเป็นการผลักภาระทั้งหมดให้ประชาชนด้วยการใช้เงินกู้เงินล้วน ๆ และทำให้ง่ายขึ้นที่จะมีการทุจริตร่วมกับเอกชนที่มารับงาน
                               
ผมเคยไปงานนิทรรศการแบบนี้ของรัฐบาลมาแล้ว เมื่อครั้งที่รัฐจัดเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการเงินกู้ 350,000ล้านที่เซนทรัล ลาดพร้าว ซึ่งมาถึงวันนี้ เวลาผ่านไปกว่า 1 ปีก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด เงินที่บอกว่าด่วนนักหนา ใช้ไปเพียงประมาณ 5,000 ล้านบาทเท่านั้น และมีแต่การวิพากษ์วิจารณ์โครงการต่างๆว่าไม่มีความชัดเจน และเต็มไปด้วยการทุจริตการเรียกใต้โต๊ะ

ทั้งหมดที่เป็นเช่นนั้น เพราะไม่เคยมีการตรวจสอบโดยสภาฯ และมีการยกเว้นระเบียบการจัดซื้อเพื่อทำให้ความโปร่งใสและการแข่งขันลดลง

การกู้เงินนอกระบบงบประมาณจึงเป็นวิธีที่ส่อว่าขัดต่อหลักกฎหมาย ขัดต่อหลักวินัยทางการคลัง และจะนำไปสู่การทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ผมเห็นด้วยว่าต้องมีการลงทุน แต่ผมจะค้านถึงที่สุดในการกู้เงินนอกระบบงบประมาณโดยรัฐบาล"

ข้อมูล: Korn Chatikavanij
ภาพ :Korn Chatikavanij


กลับขึ้นด้านบน