เส้นทางลักลอบค้าไม้พะยูง ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากสุด

เส้นทางลักลอบค้าไม้พะยูง ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากสุด

เส้นทางลักลอบค้าไม้พะยูง ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากสุด

รูปข่าว : เส้นทางลักลอบค้าไม้พะยูง ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากสุด

เส้นทางลักลอบค้าไม้พะยูง ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากสุด หัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่าแห่งชาติ จะเดินทางไปยื่นหนังสือประท้วงสถานทูตจีนในวันที่ 13 มี.ค.นี้ โดยจะเรียกร้องให้ทางการจีนให้เข้มงวดการนำเข้าไม้พะยูง ไม้กฤษณา และซากสัตว์ป่าจากประเทศไทยเพราะประเทศจีนเป็นตลาดใหญ่ในการรับซื้อสินค้าเหล่านี้ ขณะที่แหล่งการลักลอบตัดและเส้นทางการค้าในประเทศไทยนั้น มีข้อมูลว่า อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด

การตรวจยึดไม้พะยูงทั้งแบบที่เป็นไม้ท่อนและไม้แปรรูป ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้จะมีการร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายปกครอง ป่าไม้ ทหาร รวมไปถึงส่วนท้องถิ่นในการกวาดล้างจับกุมขบวนการลักลอบตัดและแปรรูปเพื่อส่งต่อไปขาย แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การค้าไม้ชนิดนี้ได้ มีการคาดการณ์ว่าเวลาอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า ไม้พะยูงซึ่งมีแหล่งตามธรรมชาติแหล่งใหญ่ที่สุดอยู่ในประเทศไทยอาจต้องสูญพันธุ์ลง

เส้นทางการลักลอบขนส่งไม้พะยูง มีข้อมูลว่า เริ่มจากที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีการทำกันเป็นขบวนการใหญ่ มีนายทุนต่างชาติอยู่เบื้องหลัง โดยให้การว่าจ้างคนไทยให้รับซื้อไม้จากชาวบ้าน โดยราคาซื้อขายไม้จากชาวบ้านอยู่ที่ลูกบาศก์เมตรละ 3-5 หมื่นบาท แต่เมื่อส่งออกไปถึงเมืองจีนราคาจะพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว

ส่วนช่องทางในการขนส่งไม้พะยูง มีหลายช่องทาง ทั้งการนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน และการนำออกจากไทย ซึ่งการลักลอบนำเข้า จะทำตามแนวชายแดน โดยเฉพาะ จ.อำนาจเจริญ, จ.อุบลราชธานี ,มุกดาหาร , ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ก่อนจะนำมาพักไว้ เพื่อนำส่งออกชายแดนด้านประเทศกัมพูชา และส่งต่อไปยังประเทศปลายทาง ซึ่งความต้องการสูงสุดอยู่ในประเทศจีน

นอกจากนี้ ขบวนการอาจจ้างชาวบ้านเข้าไปลักลอบตัดไม้พะยูงในเขตป่าสงวน หรืออุทยานแห่งชาติก่อนซุกซ่อนไว้ตามแหล่งน้ำ หรือฝังดินไว้เพื่อรวบรวมไม้รอให้นายทุนมารับซื้อ และอีกวิธีการหนึ่ง คือการ รับซื้อจากชาวบ้านในชนบท โดยซื้อทั้งที่เป็นต้นไม้ และตอไม้ จากนั้นจะสวมใบอนุญาตนำเข้า และนำขนงจากด่านที่นำเข้า เพื่อนำใบอนุญาตมาสวมทับกับไม้ที่ลักลอบนำเข้าหรือลักลอบตัดมา หรือ อาจรับซื้อจากชาวบ้าน ที่ลักลอบตัดและขนส่งในลักษณะของกองทัพมด ซึ่งจะนำไม้ที่นำเข้ามาอย่างถูกต้องมาปะปนกองรวมกันไว้เพื่ออำพราง แล้วขนเข้ากรุงเทพฯ เก็บไว้ตามโกดังต่างๆ ก่อนขนไปยังปลายทาง

ด้าน นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะหัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่าแห่งชาติ เปิดเผยว่า จะเดินทางไปยื่นหนังสือประท้วงสถานทูตจีนในวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.) และอ่านแถลงการณ์หน้าสถานทูต เพื่อประท้วงทางการจีน ให้เข้มงวดการนำเข้าไม้พะยูง ไม้กฤษณา และซากสัตว์ป่าจากประเทศไทย เพราะประเทศจีนเป็นตลาดใหญ่ของทรัพยากรของไทยเป็นที่ต้องการไปจำหน่ายมีราคาสูงมาก ทำให้มีชาวเวียดนาม ชาวลาว ลักลอบเข้ามาตามแนวชายแดนเพื่อลักลอบตัดไม้พะยุง ไม้กฤษณา โดยเฉพาะไม้พะยุงที่ถูกขายผ่านประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ล้วนเป็นไม้่ที่ถูกลักลอบตัดไปไปจากประเทศไทยทั้งสิ้น ทำให้สถานการณ์ไม้พะยุงไทยขณะนี้อยู่ในในภาวะวิฤกติที่สุด พร้อมระบุจะไปยื่นหนังสือประท้วงสถานทูตเวียดนาม และสถานทูตลาว ในวันถัดไป ให้เข้มงวดกับประชาขนในการเข้ามาในไทยลักษณะนักท่องเที่ยวแล้วเข้ามาอยู่เพื่อลักลอบตัดไม้ลักลอบขนสัตว์ป่าไปจำหน่ายยังประเทศที่สาม ส่วนสาเหตุที่ต้องไปประท้วงสถานทูตต่างๆเพราะรัฐบาลไทยไม่ดำเนินการอะไร ที่ผ่านมาปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน