สมช.ยืนยันวางมาตรการเข้ม คุมสถานการณ์ใต้

สมช.ยืนยันวางมาตรการเข้ม คุมสถานการณ์ใต้

สมช.ยืนยันวางมาตรการเข้ม คุมสถานการณ์ใต้

รูปข่าว : สมช.ยืนยันวางมาตรการเข้ม คุมสถานการณ์ใต้

สมช.ยืนยันวางมาตรการเข้ม คุมสถานการณ์ใต้ คณะรัฐมนตรีมีมติขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่ออีก 3 เดือน หลังสิ้นสุดมติอนุมัติในวันที่ 19 มีนาคมนี้ แต่เห็นชอบร่วมกันว่า หากสถานการณ์ในพื้นที่ลดความรุนแรงสามารถเสนอตามขั้นตอนเพื่อบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงได้ และก่อนเดินทางไปพูดคุยกับแกนนำบีอาร์เอ็นที่ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 28 มีนาคมนี้ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวยอมรับว่าบทสรุปสุดท้ายของการเปิดพื้นที่พูดคุยกับแกนนำผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ แนวทางการจัดตั้ง "มหานครรัฐปัตตานี" และเชื่อมั่นว่าผลของการพูดคุยจะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายได้

แม้จะมีข้อสังเกต และความกังวลต่อสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างช่วงเวลาวันครบรอบ 53 ปีของการสถาปนากลุ่มบีอาร์เอ็น แต่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะสามารถควบคุมดูแลสถานการณ์ได้ ซึ่งได้เพิ่มความเข้มงวดในแผนปฏิบัติแล้ว เพราะถือเป็นวงรอบในการปฏิบัติตามปกติของทุกปีที่ต้องเตรียม มาตรการรองรับ แต่เชื่อว่าปีนี้สถานการณ์จะเบาบางลง ด้วยผลจากการเปิดพื้นที่พูดคุยเพื่อแสวงหาทางออกร่วมกัน ระหว่าง สมช.กับกลุ่มบีอาร์เอ็น

เลขาธิการ สมช. เปิดเผยถึง แนวทางการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 28 มีนาคมนี้ จะมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะเงื่อนไขของ สมช. คือ การลดสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ และถ้ายุติความรุนแรงได้ก็จะดียิ่งขึ้น

เลขาธิการ สมช. ยังยอมรับว่า ไม่มั่นใจว่าจะได้พูดคุยกับนายมะแซอุเซ็ง และนายสะแปอิง บาซอ 2 แกนนำคนสำคัญของกลุ่มก่อความไม่สงบหรือไม่ แต่จากการลงนามร่วมกับนายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ถือเป็นการให้เห็นชอบร่วมกันที่จะพูดคุยทำความเข้าใจของทั้ง 2 ฝ่าย และหลังจากนั้น สื่อมวลชนได้ถามถึงผลสรุปสุดท้ายของการพูดคุยว่าจะจบที่การจัดตั้ง "มหานครปัตตานี" หรือไม่ เลขาธิการ สมช.กล่าวยอมรับสั้น ๆว่า "ใช่" แนวโน้มอาจออกมาแบบนั้น

สำหรับการบังคับใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ครม.มีมติให้ขยายเวลาการบังคับใช้ออกไปอีก 3 เดือน โดยนับจากวันสิ้นสุดการอนุมัติเดิม วันที่ 19 มีนาคม จนถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2556 แต่ระหว่างนั้น หากประเมินสถานการณ์แล้วสามารถบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักรแทนได้ ก็สามารถนำเสนอเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
 


กลับขึ้นด้านบน