"ไซเตส" เห็นชอบขึ้นบัญชี "ไม้พะยูง" ตามข้อเสนอไทย-หวังลดปัญหาลักลอบตัด

"ไซเตส" เห็นชอบขึ้นบัญชี "ไม้พะยูง" ตามข้อเสนอไทย-หวังลดปัญหาลักลอบตัด

"ไซเตส" เห็นชอบขึ้นบัญชี "ไม้พะยูง" ตามข้อเสนอไทย-หวังลดปัญหาลักลอบตัด

รูปข่าว : "ไซเตส" เห็นชอบขึ้นบัญชี "ไม้พะยูง" ตามข้อเสนอไทย-หวังลดปัญหาลักลอบตัด

ที่ประชุมไซเตสเห็นชอบให้ไม้พะยูง ขึ้นบัญชี 2 ตามข้อเสนอของไทย ด้วยมติเอกฉันท์ ทำให้ต่อไปนี้จะถูกควบคุมการค้าระหว่างประเทศ และเป็นความหวังว่าจะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูงในเขตป่าอนุรักษ์

การประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส ครั้งที่ 16  วันนี้ (12มี.ค.56) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ให้ขึ้นบัญชี ไม้พะยูงไว้ในบัญชี 2 ตามข้อเสนอของไทย โดยไม่มีผู้อภิปรายคัดค้าน จึงไม่ต้องมีการลงคะแนน ถือว่าเป็นการรับรองมติโดยเอกฉันท์

รศ.สุรวิช วรรณไกรโรจน์ หัวหน้าคณะทำงานการเสนอขึ้นบัญชีไม้พะยูงของไทย เปิดเผยว่า ได้ให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับผู้แทนจากประเทศจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มั่นใจวิธีการจำแนกไม้พะยูงกับไม้ชนิดใกล้เคียง และกังวลว่า การขึ้นบัญชีจะกระทบต่อตลาดความต้องการไม้พะยูงในจีน โดยชี้แจงว่า ไทยได้ศึกษาและจัดทำคู่มือการจำแนกเนื้อไม้กลุ่มนี้ที่เรียกว่า "ไม้เนื้อแดง" เสร็จแล้ว  และไม้กลุ่มนี้ ซึ่งหลายประเทศมีการส่งออก ก็สามารถทดแทนความต้องการของผู้บริโภคจีนได้ ซึ่งผู้แทนจากจีนแสดงความพอใจ จึงไม่แสดงความเห็นคัดค้านการขอขึ้นบัญชีไม้พะยูงของไทย  ทั้งนี้ รศ.สุรวิช เชื่อว่าความสำเร็จครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูงในเขตป่าอนุรักษ์

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า การได้รับขึ้นบัญชี จะช่วยให้ไม้พะยูงในป่าของไทย ที่เหลือเพียงราว 1 แสนต้น พ้นจากภาวะวิกฤติ และทางกรมอุทยานฯ ยังมีแผนปลูกไม้พะยูงทดแทนส่วนที่ถูกตัดไป  นอกจากนี้ทางกรมอุทยานฯ และกรมวิชาการเกษตร กำลังร่วมมือกันทดลองปลูกไม้พะยูงแบบสวนป่า ซึ่งพบว่าอัตราการเจริญเติบโตใกล้เคียงกับไม้สัก จึงมีความเป็นไปได้อย่างมากในการปลูกเพื่อเศรษฐกิจ เพราะไม้พะยูงมีราคาสูงกว่าไม้ชนิดอื่นหลายเท่าตัว  แต่คาดว่าจากนี้ไปจะไม่มีการส่งออกไม้พะยูงอย่างน้อย 10 ปี  เพราะการปลูกสวนป่าไม้พะยูงต้องใช้เวลากว่า 20 ปี จึงจะตัดเพื่อจำหน่ายได้


กลับขึ้นด้านบน