"ไทย-เวียดนาม"พร้อมร่วมผลักดันยุทธศาสตร์"ข้าว-ยางพารา"

"ไทย-เวียดนาม"พร้อมร่วมผลักดันยุทธศาสตร์"ข้าว-ยางพารา"

"ไทย-เวียดนาม"พร้อมร่วมผลักดันยุทธศาสตร์"ข้าว-ยางพารา"

รูปข่าว : "ไทย-เวียดนาม"พร้อมร่วมผลักดันยุทธศาสตร์"ข้าว-ยางพารา"

 ผู้นำ"ไทย-เวียดนาม"พบปะหารือระหว่างการร่วมการประชุม ACMECS Summit ครั้งที่ 5 ณ กรุงเวียงจันทน์ โดยพร้อมพัฒนาความร่วมมือผลักดันยุทธศาสตร์ข้าว-ยางพารา

วันนี้ (13 มี.ค.) เมื่อเวลา 09.23 น.ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินัวตร ได้โพสต์ภาพและข้อความลงในเฟซบุ้ค "Yingluck Shinawatra" ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศลาวอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุม ACMECS Summit ครั้งที่ 5 ณ กรุงเวียงจันทน์ และได้หารือกับนายเหวียน เติ๊น สุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ถึงความร่วมมือด้านยางพราราและข้าว ซึ่งมีข้อความดังนี้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบหารือกับนายเหวียน เติ๊น สุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ระหว่างการประชุม ACMECS Summit ครั้งที่ 5 ณ กรุงเวียงจันทน์ โดยนายสุรนันทน์  เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเด็นการหารือ ดังนี้

ผู้นำทั้ง 2 มีการพบกันแล้วในหลายโอกาส และหารือทวิภาคีกันแล้วได้พบกันเมื่อ การประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-เวียดนามอย่างไม่เป็นทางการ (JCR) เมื่อ 27 ตุลาคม 2555

ทั้งนี้ ไทย-เวียดนามยังมีกลไกสำคัญสำหรับขับเคลื่อนความสัมพันธ์อยู่หลายกลไก เช่น การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (JTC) การประชุม Joint Working Group on Political and Security Cooperation (JWG on PSC) และการประชุม Political Consultation Group (PCG)

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-เวียดนามอย่างไม่เป็นทางการ (JCR) ครั้งที่ผ่านมา ไทย-เวียดนามเห็นว่าจะต้องเร่งผลักดันความร่วมมือสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้าน การเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน สังคม และวัฒนธรรม โดยรัฐบาลเวียดนามได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลไทยที่เอาใจใส่สร้างความสมัพันธ์และผลักดันให้มีการปฏิบัติตามแนวนโยบายที่เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

โดยในการพบหารือครั้งนี้ ผู้นำทั้ง 2 ได้ใช้โอกาสนี้ติดตามความคืบหน้าผลการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-เวียดนาม (JCR) ครั้งที่ผ่านมา ได้สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างประเทศทั้ง 2 ซึ่งมีการกล่าวถึงเรื่องการยกระดับความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นและจริงจังของไทยที่จะสานต่อความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามให้มีความใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสของ 2 ประเทศจะร่วมหารือกัน เพื่อเตรียมเนื้อหาสาระในด้านต่างๆ

ในส่วนของไทย นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้เกิดความคืบหน้าในหลายประเด็น อาทิ การรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-เวียดนาม (JCBC) ที่มีรัฐมนตรีทั้งสองประเทศเป็นกรรมาธิการร่วม และไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ JCBC ครั้งแรกกลางปีนี้ ซึ่งนับเป็นกลไกหลักเพื่อหารือภาพรวมความสัมพันธ์ ในช่วงกลางปีนี้ (56)

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเวียดนามเห็นว่า การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ระหว่างไทยและเวียดนาม แม้จะมีการขยายตัวที่ดี แต่ยังไม่เต็มศักยภาพ จึงเห็นว่าต้องช่วยกันพัฒนา ส่งเสริมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยเวียดนามจะส่งเสริมให้นักลงทุนไทยขยายการลงทุนในเวียดนาม และการใช้ประโยชน์จากเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก

ด้านการค้าการลงทุน จะเร่งพิจารณาแผนปฏิบัติการขยายความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน ซึ่งไทยเสนอระหว่างการประชุม JCR ในครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะการตั้งสภาธุรกิจ ซึ่งขณะนี้ ภาคเอกชนของไทยได้จัดตั้งสภาธุรกิจไทย-เวียดนามแล้ว

ความร่วมมือด้านยางพารา  ไทยได้ขอบคุณที่เวียดนามได้ส่งผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมการประชุมสภาไตรภาคียางพาราที่ประเทศไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว (55) โดยทั้ง 2 ฝ่ายต่างยืนยันที่จะขยายความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่องต่อไป

ในความร่วมมือเรื่องข้าว ทั้งสองต่างยินดีที่มีความคืบหน้า ซึ่งล่าสุด สปป.ลาว จะเป็นเจ้าภาพการประชุมที่ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้กรอบ ACMECS ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการร่วมมือด้านการตลาดข้าวของ 5 ประเทศ  และเชิญเวียดนามเข้าประชุมด้วย

ด้านการท่องเที่ยว เวียดนามตอบรับพิจารณาเข้าร่วมโครงการ ACMECS Single Visa ที่ปัจจุบันไทยและกัมพูชาได้เข้าร่วมโครงการนี้แล้ว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคและอาเซียนโดยรวม  เพื่อเสริมสร้างการท่องเที่ยวของภูมิภาค

สำหรับประเด็นการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม ไทยได้ย้ำถึงความสำคัญในการพัฒนาความเชื่อมโยงในภูมิภาคและอนุภูมิภาค โดยเฉพาะระหว่างไทย-ลาว- เวียดนาม –จีน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานเพื่อรองรับการสร้างเศรษฐกิจอาเซียนต่อไป โดยทั้ง 2 ฝ่ายต่างยินดีที่รัฐมนตรีคมนาคมของไทย-ลาว-เวียดนาม ซึ่งได้ช่วยกันผลักดันความร่วมมือนี้ และรัฐมนตรีทั้ง 3 ได้ลงนามในบทเพิ่มเติมของ MOU ว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกการใช้เส้นทาง EWEC หรือเส้นทางหมายเลข 9 มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้มีการเสนอให้มีการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของเส้นทางหมายเลข 8 และ 12 ผ่าน สปป.ลาวมากขึ้นด้วย ซึ่งต้องนำไปหารือกับสปป.ลาว ต่อไป

สำหรับปัญหาทะเลจีนใต้ ไทยและเวียดนามเห็นพ้องให้มีการดำเนินการผลักดัน DOC เป็น COC และการแก้ปัญหาอย่างสันติ เพื่อเสถียรภาพของภูมิภาค โดยไทยในฐานะผู้ประสานงานอาเซียน-จีน จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและสนับสนุนแนวทางการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

โดยทั้ง 2 ต่างยืนยันที่จะสานต่อความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างใกล้ชิด ผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสำคัญ 2 โอกาส คือ การประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 3 และ การประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ที่เชียงใหม่ และเชิญให้เวียดนามร่วมประชุม ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบรับยินดีเข้าร่วมการประชุมทั้งสองโอกาส  นอกจากนี้  เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีกำหนดการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ อันแสดงถึงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิดระหว่างกัน

ภาพข้อมูล:เฟซบุ้ค  Yingluck Shinawatra


กลับขึ้นด้านบน