เกาหลีใต้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยบริเวณพรมแดนเกาหลี

เกาหลีใต้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยบริเวณพรมแดนเกาหลี

เกาหลีใต้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยบริเวณพรมแดนเกาหลี

รูปข่าว : เกาหลีใต้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยบริเวณพรมแดนเกาหลี

 เกาหลีใต้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยบริเวณพรมแดนเกาหลี เกาหลีใต้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยบริเวณพรมแดน ท่ามกลางความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้รัฐบาลเกาหลีใต้ออกมายืนยันว่าสายด่วนระหว่างกองทัพของทั้ง 2 ประเทศ ใช้การได้ แม้เกาหลีเหนือจะตัดการติดต่อสายด่วนระหว่างรัฐบาลของทั้ง2ประเทศแล้ว

รัฐบาลเกาหลีใต้ดูแลความปลอดภัยเมืองตามแนวพรมแดนเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนืออย่างเข้มงวด และตรวจจับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในเขตปลอดทหารในฝั่งเกาหลีเหนือ หลังผู้นำเกาหลีเหนือสั่งการระหว่างเยือนหน่วยปืนใหญ่บนเกาะที่อยู่ใกล้กับเกาะของเกาหลีใต้ เตรียมพร้อมรับคำสั่งโจมตีเกาหลีใต้

ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังพื้นที่แสดงความกังวลต่อคำข่มขู่ของเกาหลีเหนือ เพราะเชื่อว่าเกาหลีเหนืออาจเปิดฉากโจมตีจริง เหมือนกับที่ผ่านมาในอดีต ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วน สงครามไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย

โฆษกประธานาธิบดีแถลงยืนยันว่า เกาหลีเหนือไม่ได้ปิดช่องทางติดต่อสื่อสารทั้งหมด เพราะแม้จะมีการตัดการติดต่อโทรศัพท์สายด่วนของสภากาชาด ที่เป็นสายด่วนพูดคุยระหว่างรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศไปแล้วเมื่อวันจันทร์ (11 มี.ค.) แต่สายด่วนสำหรับกองทัพเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้สามารถใช้การได้และทางการจะสื่อสารกับเกาหลีเหนือผ่านช่องทางดังกล่าวต่อไป

การข่มขู่จะโจมตีเกาหลีใต้ และเปิดฉากสงครามนิวเคลียร์กับสหรัฐของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นในช่วงที่กองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐ จัดการซ้อมรบร่วมประจำปี ซึ่งเกาหลีเหนือคัดค้านมาโดยตลอด แต่ปีนี้ปฏิกิริยาของเกาหลีเหนือรุนแรงกว่าที่ผ่านมาๆ และประกาศยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงกกับเกาหลีใต้ รวมทั้งเตรียมจัดการซ้อมรบทางทะเลครั้งใหญ่ เนื่องจากการซ้อมรบร่วม เกิดขึ้นหลังเกาหลีเหนือถูกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ คว่ำบาตรเพื่อลงโทษที่ทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 3 แต่จากการสังเกตการณ์ของทั้งสหรัฐและเกาหลีใต้ ไม่พบความเคลื่อนไหวบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือเตรียมการยิงขีปนาวุธและดำเนินการเกี่ยวกับนิวเคลียร์

นักวิเคราะห์มองว่าแม้หลายประเทศไม่ยึดถือในคำขู่ของเกาหลีเหนือ แต่ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือทำตามคำขู่ได้  เช่น  กรณีการโจมตีเกาะยองเบียน และโจมตีเรือลาดตระเวณของเกาหลีใต้เมื่อ 3 ปีก่อน ได้เกิดขึ้นหลังมีคำขู่ก่อนหน้าเป็นปี รวมทั้งมีแนวโน้มที่จะเปิดฉากโจมตีแบบไม่ให้เกาหลีใต้ตั้งตัว ซึ่งครั้งนี้เกาหลีใต้ประกาศชัดเจนว่าจะตอบโต้แบบไม่อ่อนข้อให้

ขณะที่นักวิเคราะห์อีกคนประเมินว่า ครั้งนี้หากเกาหลีเหนือจะลงมือจริงๆ อาจจะรอให้พ้นช่วงการซ้อมรบร่วมไปก่อน เพราะขณะนี้สหรัฐฯระดมอาวุธยุทโธปกรณ์ และกำลังทหารมาร่วมในการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ ซึ่งหากมีการโจมตีเกิดขึ้น สหรัฐฯสามารถเข้าช่วยเหลือเกาหลีใต้ได้ทันทีตามสนธิสัญญาระหว่างกัน ส่วนจุดเสี่ยงที่อาจเป็นเป้าโจมตี คือทะเลเหลือง


กลับขึ้นด้านบน