"จับตา"สถานกาณณ์อนาคตช้างไทยน่าห่วง

"จับตา"สถานกาณณ์อนาคตช้างไทยน่าห่วง

"จับตา"สถานกาณณ์อนาคตช้างไทยน่าห่วง

รูปข่าว : "จับตา"สถานกาณณ์อนาคตช้างไทยน่าห่วง

วันที่ 13 มีนาคมของทุกปีถือว่า เป็นวันช้างไทย ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ประชาชนเห็นความสำคัญ ของสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ช้างในประเทศกลับน่าเป็นห่วง หลังพบว่าช้างยังคงถูกทารุณใช้งานอย่างหนัก เพื่อหวังผลกำไร หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีการเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง อนาคตช้างไทยอาจเหลือแต่ตำนานให้ลูกหลาน

และเป็นครั้งแรกในรอบปีที่ช้างกว่า 30 เชือกของชาวบ้านปูเต้อ ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก ได้กลับมารวมตัวกัน เนื่องในวันช้างไทย ที่บ้านเกิด หลังต้องออกไปหากินต่างจังหวัดและชักลากไม้ในฝั่งพม่า เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ควาญช้างระบุว่าสาเหตุที่ต้องนำช้างออกไปหากินในประเทศพม่าเพราะมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์กว่าประเทศไทยและมีรายได้ถึงวันละ 2,000 บาท แม้จะเสี่ยงกับการเหยียบกับระเบิดก็ตาม

 
ล่าสุดหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมีความพยายามเข้าไปสนับสนุนและพัฒนาให้ช้างและครวญช้างในหมู่บ้านปูเต้อ มีงานทำ ด้วยการทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวใน 1 ถึง 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากที่ผ่านมามีช้างประสบอุบัติเหตุเหยียบกับระเบิดในฝั่งพม่าถูกส่งไปรักษาที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และมูลนิธิเพื่อนช้าง จ.ลำปางแล้ว 14 เชือก
 
จากการศึกษาของมูลนิธิเพื่อนช้าง จ.ลำปาง พบว่าสถานการณ์ช้างในประเทศไทยยังไม่ดีขึ้นช้างเลี้ยงยังคงถูกทารุณใช้งานอย่างหนักเพื่อหวังผลกำไร ส่วนช้างป่าก็ถูกล่าเพื่อเอางาและลูก เพราะขณะนี้ลูกช้างซื้อขายกันสูงถึงตัวละ 5-7 แสนบาท ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง
 
ทั้งนี้ ข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชระบุว่าปัจจุบันมีช้างป่าเหลืออยู่ประมาณ 3,000 ตัว ส่วนข้อมูลช้างเลี้ยงของศูนย์สารสนเทศ กรมปศุสัตว์ระบุว่าปี 2554 ที่ผ่านมามีช้างเลี้ยงทั่วประเทศกว่า 2,000 เชือกเท่านั้น


กลับขึ้นด้านบน