เหตุปะทะระหว่างทหารมาเลย์-ฟิลิปินส์ยังยืดเยื้อ แม้มีเสียงเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการณ์

เหตุปะทะระหว่างทหารมาเลย์-ฟิลิปินส์ยังยืดเยื้อ แม้มีเสียงเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการณ์

เหตุปะทะระหว่างทหารมาเลย์-ฟิลิปินส์ยังยืดเยื้อ แม้มีเสียงเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการณ์

รูปข่าว : เหตุปะทะระหว่างทหารมาเลย์-ฟิลิปินส์ยังยืดเยื้อ แม้มีเสียงเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการณ์

เหตุปะทะระหว่างทหารมาเลย์-ฟิลิปินส์ยังยืดเยื้อ แม้มีเสียงเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการณ์ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ร่วมมือในการสืบสวนสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่า มีมือที่ 3 เข้าไปเกี่ยวข้องในเหตุปะทะระหว่างทหารมาเลเซียกับกองกำลังติดอาวุธชาวฟิลิปปินส์ที่รัฐซาบาห์ ซึ่งจนถึงวันนี้ ทหารมาเลเซียยังเดินหน้าปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากชาวฟิลิปปินส์ ที่ขอให้ยุติปฏิบัติการดังกล่าว

ชาวฟิลิปปินส์กลุ่มหนึ่งรวมตัวประท้วงที่หน้าสถานทูตมาเลเซีย ประจำฟิลิปปินส์ เพื่อเรียกร้องให้กองทัพมาเลเซีย ยุติการใช้กำลังทหารปราบปรามกลุ่มติดอาวุธที่อ้างตัวเป็นกองกำลังสุลต่านซูลู ซึ่งบุกขึ้นฝั่งรัฐซาบาห์เพื่อทวงคืนพื้นที่ที่เคยเป็นของบรรพบุรุษอาณาจักรซูลู เพราะเชื่อว่าการใช้กำลังทหาร ไม่ใช่ทางออกของปัญหา

 
การโจมตีของกองทัพมาเลเซียเพื่อปราบปรามกลุ่มติดอาวุธ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม และจนถึงตอนนี้ยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งเมื่อวานนี้(12มี.ค.56) เกิดการปะทะกันอีกรอบ ทำให้ทหารมาเลเซียเสียชีวิต 1 นาย และกลุ่มติดอาวุธเสียชีวิต 3 คน รวมมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้แล้ว 64 คน และมีการควบคุมผู้ต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธได้ 97 คน
 
ขณะที่วันนี้ (13มี.ค.56) รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย จัดการบรรยายสรุปสถานการณ์ที่เมืองลาฮัด ดาตู ในรัฐซาบาห์ สถานที่ที่มีการปะทะระหว่างกลุ่มติดอาวุธชาวฟิลิปปินส์ กับทหารกองทัพมาเลเซีย โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซีย ระบุว่า อยู่ระหว่างร่วมมือกับทางการฟิลิปปินส์ เพื่อสืบสวนสอบสวนข้อกล่าวหาที่มีการรายงานผ่านสื่อมวลชน ว่าพรรคฝ่ายค้านของทั้งสองประเทศ รวมไปถึงกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร หรือกลุ่ม MNLF ที่มีฐานที่มั่นบนเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง หรืออยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้งนายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้านของมาเลเซีย และนายนอร์ มิสซูอารี ผู้นำ MNLF ต่างปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
 
ส่วนข้อเสนอเรื่องการส่งตัวแทนเจรจากับกลุ่มติดอาวุธ รัฐมนตรีมาเลเซีย ระบุว่า ยังไม่สามารถอนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าสู่พื้นที่ได้ เพราะไม่มั่นใจว่าทางการจะดูแลความปลอดภัยให้กลุ่มผู้แทนที่จะเข้าไปเจรจาได้หรือไม่ ซึ่งสิ่งที่มาเลเซียต้องการคือให้ทั้งหมดวางอาวุธ และเข้ารับการพิจารณาคดีตามกฏหมาย
 
นายนาจิ๊บ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มาเลเซียต้องกลับไปทบทวนเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงของพรมแดนมาเลเซีย และหวังว่าจะปิดช่องโหว่ด้านความมั่นคงได้
 
ปัญหานี้เกิดขึ้นในช่วงใกล้การเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซีย ทำให้กลายเป็นประเด็นอ่อนไหวอย่างยิ่งต่อรัฐบาลภายใต้การนำของนายนาจิ๊บ ราซัค เพราะที่ผ่านมารัฐบาลมาเลเซียค่อนข้างผ่อนปรนเรื่องการเดินทางเข้าออกเมืองทางทะเลบริเวณพรมแดนรัฐซาบาห์ ทำให้คนฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ในบริเวณดังกล่าว เดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างค่อนข้างเสรี เพราะต่างก็มีญาติมิตรอาศัยในบริเวณดังกล่าว
 
ขณะเดียวกันก็กลายเป็นประเด็นที่รัฐบาลมาเลเซียถูกโจมตีมาโดยตลอด เพราะมีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลให้สัญชาติแก่กลุ่มคนต่างชาติที่เดินทางเข้าออกในพื้นที่นี้ และให้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ฐานเสียงของพรรคอัมโน่ในพื้นที่ดังกล่าวกว้างขึ้น แต่หลังเกิดเหตุนองเลือด จึงต้องหันกลับมาเพิ่มการดูแลพรมแดนด้านดังกล่าวมากขึ้น และเรื่องนี้ก็ถือเป็นประเด็นสนใจประเด็นใหม่ของชาวมาเลเซีย
 
วันนี้มีรายงานว่าทหารเรือฟิลิปปินส์ ควบคุมตัวกลุ่มคนต้องสงสัย 35 คนได้กลางทะเล และคาดว่าอาจเป็นกลุ่มติดอาวุธสังกัดสุลต่านซูลู ที่ลอยเรือหนีออกจากรัฐซาบาห์ ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัด
 


กลับขึ้นด้านบน