"ผบ.ทบ."ย้ำภาครัฐพูดคุยแกนนำบี"อาร์เอ็น"ต้องไม่เสียเปรียบ

"ผบ.ทบ."ย้ำภาครัฐพูดคุยแกนนำบี"อาร์เอ็น"ต้องไม่เสียเปรียบ

"ผบ.ทบ."ย้ำภาครัฐพูดคุยแกนนำบี"อาร์เอ็น"ต้องไม่เสียเปรียบ

รูปข่าว : "ผบ.ทบ."ย้ำภาครัฐพูดคุยแกนนำบี"อาร์เอ็น"ต้องไม่เสียเปรียบ

นายกรัฐมนตรี เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคงหารือและกำหนดกรอบ ก่อนเดินทางไปเปิดพื้นที่พูดคุยกับแกนนำขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี หรือ บีอาร์เอ็น ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ โดยผู้บัญชาการทหารบก เชื่อว่า การพูดคุย ระหว่างตัวแทนภาครัฐและแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต จะไม่ส่งผลให้ภาครัฐเสียเปรียบ

ก่อนร่วมคณะกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเดินทางไปเป็นประธานโครงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำ ห้วยแม่เพลี้ยง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกเปิดเผยถึงการเปิดพื้นที่พูดคุยระหว่างตัวแทนภาครัฐและแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ภายใต้รัฐธรรมนูญไท ว่า จะต้องพูดคุยในกรอบที่ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบเสียเปรียบต่อกัน และเชื่อมั่นว่าการพูดคุยจะไม่ส่งผลให้ภาครัฐเสียเปรียบ ไม่ว่าจะในเชิงภาพลักษณ์หรือแผนปฏิบัติการ

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ระบุว่า สัปดาห์หน้าทางการมาเลเซียจะได้ประสานข้อมูลการเปิดพื้นที่พูดคุย ว่าจะมีกลุ่มผู้ก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลุ่มใดบ้างที่จะเข้าร่วม โดยเชื่อมั่นว่า 1 ใน 9 กลุ่ม น่าจะมีกลุ่มพูโล เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง

มีรายงานว่า ในเวลา 14.00 น.นี้ นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง เพื่อหารือสถานการณ์ใต้ และเตรียมความพร้อม รวมถึงวางกรอบการพูดคุยกับแกนนำกลุ่มอาร์บีเอ็น โคออร์ดิเนต ในวันที่ 28 มีนาคมนี้ ที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย
และมีข้อมูลระบุชัดเจนถึงกลุ่มที่จะเข้าพูดคุยกับภาครัฐ 9 กลุ่ม ประกอบไปด้วย กลุ่มพูโลเก่า,พูโลใหม่,พูโล 88, บีอาร์เอ็น-คองเกรส, บีอาร์เอ็น-โคออร์ดิเนต,บีไอพีพี,จีเอ็มไอพี หรือ ขบวนการมูจาฮีดีนอิสลามปัตตานี,จีเอ็มพี และ จียูพี หรือ กลุ่มอูลามาปัตตานี

ขณะที่ นายสิทธิพงศ์ จันทร์วิโรจน์ ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม พร้อมคณะเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้นำเสนอรายงานการวิจัยเกี่ยวกับการบริหารกองทุนยุติธรรมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเกิดอุปสรรคด้านงบประมาณ เพื่อช่วยเหลือด้านกฎหมายหรือคดีให้กับคนในพื้นที่

นายสิทธิพงศ์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่เชื่อได้ว่า นครรัฐปัตตานี ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการแก้ปัญหา แต่ความต้องการของคนในพื้นที่คือความเป็นธรรม,การปราบปรามยาเสพติด,เรื่องเศรษฐกิจปากท้องตามลำดับ โดยภาคประชาสังคมเตรียมเปิดเวทีรับฟังความเห็น จากนั้นจะรวบรวมสรุปนำเสนอรัฐบาล

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ มองว่ารัฐบาลยังไม่ควรเร่งรีบการจัดตั้งนครรัฐปัตตานี เนื่องจากยังไม่เหมาะสมที่จะผลักดันหรือเดินหน้าในเรื่องนี้ และ ควรรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ก่อน


กลับขึ้นด้านบน