เรียนรู้ "นอนหลับอย่างมีคุณภาพ" ใน"วันนอนหลับโลก" (World Sleep Day)

เรียนรู้ "นอนหลับอย่างมีคุณภาพ" ใน"วันนอนหลับโลก" (World Sleep Day)

เรียนรู้ "นอนหลับอย่างมีคุณภาพ" ใน"วันนอนหลับโลก" (World Sleep Day)

รูปข่าว : เรียนรู้ "นอนหลับอย่างมีคุณภาพ" ใน"วันนอนหลับโลก" (World Sleep Day)

สมาคมการแพทย์ เพื่อการพักผ่อนหรือนอนหลับโลก หรือ World Association of Sleep Medicine ประกาศให้วันที่ 15 มีนาคม เป็น"วันนอนหลับโลก" (World Sleep Day) โดยระบุว่า ให้ประชากรของโลกพร้อมใจกัน "นอนหลับ"

สมาคมการแพทย์ระบุว่าการ "หลับ" เป็นความจำเป็นและมีความสำคัญต่อสุขภาพ ทุกวันนี้ คนเราใช้เวลานอนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลก (WHO) ใน 14 ประเทศ กว่า 20,000 กว่าคนพบร้อยละ 27 มีปัญหาการนอนหลับ โดยเฉพาะชาวอเมริกัน

 
นั่นชี้ให้เห็นถึง ประสิทธิภาพการตัดสินใจที่ลดน้อยลง จากการทำงานซับซ้อนมากขึ้น ทั้งยังส่งผลต่อการเกิดอาการโรคซึมเศร้า ไปจนถึงคิดฆ่าตัวตายอีกด้วย
 
ในทางการแพทย์ วิกีพีเดียระบุว่า การนอนหลับ เป็นสถานะที่เกิดซ้ำตามธรรมชาติ แสดงลักษณะที่มีสติสัมปชัญญะลดลงหรือไม่มีเลย กิจกรรมรับความรู้สึกที่ค่อนข้างถูกงด และการขาดกิจกรรมของกล้ามเนื้อที่อยู่ภายใต้อำนาจจิตใจแทบทั้งหมด การนอนหลับต่างจากความตื่นตัวเงียบ ตรงที่สามารถสนองต่อสิ่งเร้าลดลง และสามารถผันกลับได้ง่ายกว่าอยู่ในสถานะจำศีลหรือโคม่ามาก 
 
การนอนหลับเป็นสถานะที่มีแอแนบอลิซึมเพิ่มขึ้น โดยเน้นการเจริญเติบโตและการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน ประสาท กระดูกและกล้ามเนื้อ การนอนหลับพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด นกทุกชนิด และสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และปลาหลายชนิด
 
แม้ความมุ่งหมายและกลไกของการนอนหลับยังไม่ชัดเจนทั้งหมด และยังเป็นหัวข้อของการวิจัยอย่างจริงจัง  มักคิดกันว่า การนอนหลับช่วยรักษาพลังงาน  แต่แท้จริงกลับลดเมแทบอลิซึมเพียง 5-10%  สัตว์ที่จำศีลต้องการนอนหลับ แม้ว่าภาวะเมแทบอลิซึมต่ำจะพบได้ในการจำศีล และต้องเปลี่ยนกลับจากภาวะตัวเย็นเกินมาเป็นอุณหภูมิปกติของร่างกายก่อนจึงจะหลับได้ ทำให้การหลับ "มีราคาทางพลังงานสูง 
 
แต่ละช่วงอายุต้องการการนอนหลับต่อวันไม่เท่ากัน เด็กต้องการนอนหลับมากกว่าเพื่อให้ร่างกายพัฒนาและทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม ทารกเกิดใหม่ต้องการนอนหลับถึง 18 ชั่วโมง และมีอัตราลดลงในวัยเด็ก
 
แต่ในส่วนของการอดนอนหรือนอนไม่เพียงพอ ที่เรียกว่า "หนี้การนอนหลับ" (sleep debt) นั้น จะทำให้เกิดความอ่อนล้าทั้งทางร่างกาย จิตใจและอารมณ์ต่าง ๆ ทั้งยัง ทำให้ความสามารถในขบวนการคิดระดับสูงลดลง
ความผิดปกติของการหลับมีหลายอย่าง เช่น การนอนไม่หลับ (insomnia), ภาวะหยุดหายขณะหลับ (obstructive sleep apnea) ที่เกิดจากกล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจของผู้ป่วยหย่อนขณะหลับ ทำให้ทางเดินหายใจล้มเหลวและขวางการรับออกซิเจน และผู้ป่วยต้องตื่นขึ้นมาจากภาวะหลับลึกเพื่อหายใจ และภาวะง่วงเกิน (narcolepsy) ที่ผู้ป่วยจะนอนหลับอย่างควบคุมไม่ได้ เป็นต้น
 
ก่อนหน้านี้ วันนอนหลับโลก ถูกกำหนดเป็นวันที่ 21 มีนาคมของทุกปี โดยองค์การอนามัยด้านประสาทและจิตเวชระหว่างประเทศ เริ่มเมื่อค.ศ.2001 แต่ช่วงเวลาและเดือนดังกล่าว ในหลายประเทศเป็นระยะเปลี่ยนฤดูกาล จึงขอขยับวันให้เร็วขึ้นอีกเล็กน้อย เพราะสภาพอากาศ ที่ย่างสู่ฤดูใบไม้ผลิ เหมาะกับการพักผ่อนนั่นเอง
 
 
  

 

กลับขึ้นด้านบน