"วิเคราะห์" 9 กลุ่มพูดคุยสันติภาพ 28 มีนาคม

"วิเคราะห์" 9 กลุ่มพูดคุยสันติภาพ 28 มีนาคม

"วิเคราะห์" 9 กลุ่มพูดคุยสันติภาพ 28 มีนาคม

รูปข่าว : "วิเคราะห์" 9 กลุ่มพูดคุยสันติภาพ 28 มีนาคม

 ในวันที่ 28 มีนาคมนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ จะพูดคุยสันติภาพ กับกลุ่มขบวนการ รวม 9 กลุ่ม ซึ่งนักวิชาการมองว่า แม้บางกลุ่มจะไม่มีกองกำลัง โดยในพื้นที่แต่ก็มีบทบาททางการเมือง และทางวิชาการระหว่างประเทศ และรัฐบาลจะต้องสร้างบรรยากาศการพูดคุยสันติภาพ กับกลุ่มกองกำลังในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเปอร์มูดอ ที่มีอิสระในการก่อเหตุ ซึ่งอาจจะไม่เห็นด้วยโดยเด็ดขาด ที่จะยุติการต่อสู้ด้วยความรุนแรง

จากเหตุระเบิดในรถยนต์ตำรวจภูธรรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ที่ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต ๓ นาย เป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่กระบวนการพูดคุยสันติภาพระหว่างสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสมช. และกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นโคออดิเนตดำเนินอยู่

โดยเฉพาะในวันที่ 28 มีนาคมนี้ ที่สมช.จะพูดคุยสันติภาพรอบ 2 กับกลุ่มขบวนการอื่นๆ เพิ่มเติม รวม 9 กลุ่ม คือ กลุ่มพูโลเก่า, กลุ่มพูโลใหม่ , กลุ่มพูโล 88, กลุ่มบีอาร์เอ็นคองเกรส, กลุ่มบีอาร์เอ็น โคออดิเนท, กลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามปาตานี หรือ บีไอพีพี, กลุ่มขบวนการมูจาฮีดีนอิสลามปาตานี หรือ จีเอ็มไอพี, กลุ่มขบวนการมูจาฮีดีนปาตานีหรือจีเอ็มพี และกลุ่มขบวนการอูลามาปาตานี หรือ จียูพี

    

แต่หากมองลึกลงไปในกลุ่มขบวนการทั้ง 9 กลุ่มพบว่าแบ่งเป็นสามกลุ่มหลัก คือ กลุ่มพูโล บีอาร์เอ็น และกลุ่มบีไอพีพี ซึ่งแตกแขนงมาจากกลุ่มแนวร่วมเพื่อเอกราชแห่งปาตานี หรือ เบอร์ซาตู ซึ่งแม้ว่า บางกลุ่มจะไม่มีกองกำลังในพื้นที่ แต่ยังมีบทบาทสำคัญระหว่างประเทศ ในฐานะนักวิชาการ บทบาททางการเมือง และการเผยแพร่แนวคิด

 
นอกจากนี้ กลุ่มที่รัฐไม่ควรมองผ่านเลย ในมุมมองของนักวิชาการด้านอิสลามศึกษา คือ กลุ่มเปอร์มูดอ ซึ่งเป็นกลุ่มกองกำลังใหม่ในพื้นที่ มีเสรีภาพในการก่อเหตุ และอาจจะไม่เห็นด้วยโดยเด็ดขาด กับการพูดคุยสันติภาพ ซึ่งรัฐจะต้องเริ่มพูดคุยไปพร้อมๆกัน และอาจใช้แกนนำกลุ่มขบวนการอื่นๆ เป็นสะพานเชื่อมไปยังกลุ่มเปอร์มูดอเหล่านี้
 
นอกจากนี้นักวิชาการยังเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับท่าทีของพรรคฝ่ายค้าน ที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งมหานครปัตตานี ซึ่งอาจจะเป็นข้อตกลงสุดท้ายหลังการพูดคุยสันติภาพ หรือการตั้งข้อสังเกตว่า ตัวแทนขบวนการที่รัฐพูดคุย ไม่ใช่ตัวจริง เพราะหลายคนก็ตั้งคำถามเช่นเดียวกัน แต่หากรัฐแสดงออกอย่างชัดเจนต่อสาธารณะว่า จะมีความจริงใจที่จะใช้แนวทางนี้ กลุ่มคนที่หลายคนมองว่าไม่ใช่ตัวจริง อาจเป็นมือไม้สำคัญ ที่จะทำให้ผู้สั่งการซึ่งอยู่เบื้องหลัง ยอมเผยตัวและเข้าสู่กระบวนการพูดคุยสันติภาพในที่สุด
 
 


กลับขึ้นด้านบน