"ไทยพีบีเอส" แจงเหตุระงับ "ตอบโจทย์" ไม่ได้ถูกร้องขอจากหน่วยงานใด

"ไทยพีบีเอส" แจงเหตุระงับ "ตอบโจทย์" ไม่ได้ถูกร้องขอจากหน่วยงานใด

"ไทยพีบีเอส" แจงเหตุระงับ "ตอบโจทย์" ไม่ได้ถูกร้องขอจากหน่วยงานใด

รูปข่าว : "ไทยพีบีเอส" แจงเหตุระงับ "ตอบโจทย์" ไม่ได้ถูกร้องขอจากหน่วยงานใด

 การตัดสินใจระงับออกอากาศเทปรายการตอบโจทย์ ตอน "สถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้รัฐธรรมนูญ" เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นตอนที่ 5 หลังจากมีประชาชนจำนวนหนึ่งมาที่ไทยพีบีเอส เพื่อขอให้ระงับการออกอากาศ ทำให้ไทยพีบีเอสถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความมีอิสระในการนำเสนอข่าว และเมื่อคืนที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารได้มีคำชี้แจงว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ถูกร้องขอจากหน่วยงานหรือสถาบันใดๆ

 สืบเนื่องจากกรณีที่มีประชาชนส่วนหนึ่ง เดินทางมาร้องเรียน และยื่นข้อเสนอต่อผู้บริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส ให้ระงับการออกอากาศรายการตอบโจทย์ประเทศไทย ตอน "สถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้รัฐธรรมนูญ" ตอนที่ 5 ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ที่มีกำหนดออกอากาศในวันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2556

ทั้งนี้รายการตอบโจทย์ประเทศไทยที่ออกอากาศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้นำเสนอมุมมองที่หลากหลาย ในเรื่องการปรองดอง การนิรโทษกรรม ซึ่งในหลายกรณีคาบเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่อยู่ในกระแสข่าว ทั้งในสื่อกระแสหลัก และในสื่อสังคมออนไลน์
 
โดยทางรายการได้เชิญแขกรับเชิญหลายฝ่าย นับจากนายสุรเกียรติเสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้เคยถวายงานรับใช้ใกล้ชิดพระราชวงศ์ ในฐานะประธานจัดงานครองสิริราชสมบัติ 60 ปี ซึ่งเป็นแขกรับเชิญในวันจันทร์ที่11 มีนาคม 2556 ตามมาด้วยนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันอังคารที่ 12 มีนาคม 2556 ซึ่งได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ในวันพุธที่ 13 มีนาคม 2556 ทางรายการได้เชิญ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตหัวหน้านายตำรวจประจำราชสำนัก มานำเสนอมุมมองต่อข้อวิพากษ์ของนายสมศักดิ์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมเป็นคนตัดสิน
 
แต่ช่วงเวลาที่ก่อให้เกิดข้อวิพากษ์มากที่สุด เป็นเนื้อหารายการในวันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม 2556 ที่มีการดีเบตระหว่างนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กับนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ถึงแม้ทางฝ่ายหลังจะประกาศตัวเป็นคนรักเจ้า ที่ต้องการปกปักรักษาให้มีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในประเทศไทยอย่างเปิดเผย แต่ก็ยังถูกตั้งคำถามจากผู้ชมบางส่วนถึงการวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาของนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ซึ่งผู้ชมหลายฝ่ายอาจจะกังขาต่อท่าทีและวิธีการนำเสนอ ที่เชื่อมโยงไปถึงประเด็นการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา112 ซึ่งเป็นประเด็นที่อ่อนไหวและถูกถามถึงวัตถุประสงค์ของการนำเสนอรายการ
 
จากการแสดงความคิดเห็นของกลุ่มประชาชนที่เดินทางมาประท้วงการนำเสนอรายการดังกล่าวไทยพีบีเอส มิได้เพิกเฉย โดยนำเรื่องเข้าหารือเป็นวาระเร่งด่วนในคณะกรรมการนโยบาย พร้อมทั้งเรียกประชุมกองบรรณาธิการข่าวเพื่อพิจารณาเนื้อหาของเทปรายการและตัดสินใจ โดยการประชุมดังกล่าว ดำเนินไปโดยอิสระตามจริยธรรมและวิชาชีพ โดยมิได้รับการร้องขอหรือถูกบังคับจากหน่วยงานหรือสถาบันใด
 
ทั้งนี้ การประชุมพิจารณาเทปรายการ พบว่า มีเนื้อหาที่สมดุลในการแสดงความคิดเห็น แต่ในการประเมินสถานการณ์ เวลาประมาณ 21 นาฬิกา วันที่ 15 มีนาคม 2556 พบว่า อาจมีการขยายความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น คณะผู้บริหารพิจารณาภายใต้หลักการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม องค์การฯจะต้องไม่สร้างปัจจัยความขัดแย้งเพิ่มเติม หรือเป็นคู่ขัดแย้งเอง นำมาสู่การตัดสินใจพิจารณาทบทวนการนำเสนอประเด็นอ่อนไหวอย่างรอบคอบอีกครั้ง
 
นายสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส จึงได้มีข้อเสนอให้นำเรื่องร้องเรียนของกลุ่มประชาชนดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ตามมาตรา 46 พ.ร.บ. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551


กลับขึ้นด้านบน