วิเคราะห์เงื่อนไข การปรับ "ครม.ยิ่งลักษณ์4"

วิเคราะห์เงื่อนไข การปรับ "ครม.ยิ่งลักษณ์4"

วิเคราะห์เงื่อนไข การปรับ "ครม.ยิ่งลักษณ์4"

รูปข่าว : วิเคราะห์เงื่อนไข การปรับ "ครม.ยิ่งลักษณ์4"

 วิเคราะห์เงื่อนไข การปรับ สถานการณ์การเมือง ทั้งการผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรม,การแถลงผลงาน 1 ปีและการเสนอร่างพ.ร.บ.2 ล้านล้านบาท นับเป็นปัจจัยภายนอกที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะต้องนำมาไตร่ตรอง เพื่อพิจารณาปรับ ครม.แล้ว นักวิชาการ ด้านรัฐศาสตร์ เชื่อว่าปัจจัยภายในรัฐบาลและภายในพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะเรื่องบุคคลากร ก็ถือเป็นเงื่อนไขหลักของการพิจารณาปรับ ครม.ยิ่งลักษณ์ 4 เช่นกัน

ไม่เพียงแค่เหตุของ 2 เก้าอี้ในโควต้าของพรรคชาติไทยพัฒนาที่ว่างลงเท่านั้น ที่จะเป็นเหตุผลสำคัญของการตัดสินใจ ปรับ ครม.ยิ่งลักษณ์ 3 แต่การจัดสรรตำแหน่งและการเปิดโฉมหน้า ครม.ยิ่งลักษณ์ 4 เพื่อภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งและพร้อมด้วยประสิทธิภาพในการบริหารบ้านเมือง ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญที่นายกรัฐมนตรีต้องคำนึงถึง

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ วิเคราะห์ว่าการปรับ ครม. ครั้งนี้ มีปัจจัยภายในพรรคร่วมรัฐบาลและภายในพรรคเพื่อไทย เป็นเงื่อนไขด้วย โดยเฉพาะการบริหารบุคลากร นับเป็นโจทย์ข้อแรกของการพิจารณา และโจทย์ข้อสำคัญ คือการชี้แจงต่อประชาชนในเหตุและผลของการปรับ ครม.

แม้จะมีกระแสของความเห็นต่างเกิดขึ้นระหว่างนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะน้องสาว กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะพี่ชาย ด้วยเหตุการปรับ ครม.ครั้งนี้ โดยรายงานว่า ฝ่ายหนึ่งเห็นควรให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคม แต่อีกฝ่ายเห็นว่าควรยื้อไว้ก่อน เพราะหวั่นเกรงการต่อรองเรื่องตำแหน่ง จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

โดยเฉพาะข้อกังวลกับเกี่ยวคำร้องเรียนนายกรัฐมนตรี ซึ่งข้อมูลจากพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การแก้ปัญหาเหตุวิตก กลายเป็นเหตุผลหลักที่นายเกษม นิมมลรัตน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยประกาศลาออก และมีข้อสังเกตว่า เป็นการเปิดทางให้นางเยาวภา กลับเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง

นอกจากประเด็นนี้แล้ว ยังมีปัจจัยภายในพรรคร่วมรัฐบาล นั่นคือสายสัมพันธ์ทางการเมือง ที่พรรคเพื่อไทยมีกับ 7 ส.ส.กลุ่มมัชฌิมา ในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีรายงานว่า อาจได้โควต้ารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง ส่วนภายในพรรคเพื่อไทย ก็เกิดการเคลื่อนไหวทวงตำแหน่ง โดยเฉพาะในกลุ่มส.ส.กทม.,กลุ่มร้อยสิบเอ็ดและกลุ่ม นปช.

ขณะที่ปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้อง คือสถานการณ์การเมือง ทั้งกรณีการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม คะแนนนิยมที่ต้องประเมินจากผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. การแถลงผลงาน 1 ปีต่อรัฐสภา และการเตรียมพร้อมผลัดดันร่างพ.ร.บ.2 ล้านล้านบาท ต่างเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาปรับ ครม.เพื่อเหมาะสมกับคำว่า "จังหวะเวลา" หรือ "ทามมิ่ง"


กลับขึ้นด้านบน