โรงเรียนบ้านเลตองคุ การเรียนการสอนที่ควบคู่กับวัฒนธรรมท้องถิ่น

โรงเรียนบ้านเลตองคุ การเรียนการสอนที่ควบคู่กับวัฒนธรรมท้องถิ่น

โรงเรียนบ้านเลตองคุ การเรียนการสอนที่ควบคู่กับวัฒนธรรมท้องถิ่น

รูปข่าว : โรงเรียนบ้านเลตองคุ การเรียนการสอนที่ควบคู่กับวัฒนธรรมท้องถิ่น

โรงเรียนบ้านเลตองคุ การเรียนการสอนที่ควบคู่กับวัฒนธรรมท้องถิ่น ตำรวจตระเวนชายแดน เข้าไปก่อตั้งโรงเรียนบ้านเลตองคุ ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลตองคุเมื่อ 20 ปีก่อน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้รับการศึกษาควบคู่กับการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงทำให้บ้านเลตองคุยังคงเป็นชุมชนวัฒนธรรมเข้มแข็งจนถึงปัจจุบัน

การเดินเท้ามาโรงเรียนกลายเป็นกิจวัตรของเด็กเด็กบ้านเลตองคุ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ในทุกทุกเช้าเด็ก จะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 นาที ในการเดินทางมาเรียนหนังสือ เมื่อถึงเวลา 8.00 น.สัญญาณระฆังดังขึ้น เพื่อให้นักเรียนทุกคนพร้อมรวมแถว ก่อนช่วยกันร้องเพลงชาติไทย ก่อนเข้าห้องเรียน

การเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านเลตองคุ แบ่งเป็นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 เน้นการฝึกภาษาไทย เช่นการเรียนภาษาไทยจากเพลง หรือการให้เด็กนักเรียนหัดเขียนภาษาไทย ซึ่งนักเรียนที่นี่สามารถปฏิบัติได้ในเกณฑ์ดี เช่นเดียวกับการฝึกให้อ่านภาษาไทย เพื่อจุดประสงค์ เพื่อให้สามารถสื่อสารเบื้องต้นได้

ไม่เฉพาะเด็กเด็กในหมู่บ้านเลตองคุ เท่านั้น ยังมีเด็กนักเรียนจากชานแดนพม่า ที่เดินเท้ามาเรียนโดยใช้ระยะเวลาถึง 2 วันในการเดินทาง เช่นเด็กนักเรียนชั้น ป.2 อายุ 12 ปี คนนี้ ที่เดินเท้า 2 วันเพื่อมาโรงเรียน และอยู่กับครูตระเวนชายแดนจนถึงโรงเรียนปิดเทอม

ระยะเริ่มต้น การเข้ามาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลตองคุ เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ถูกต่อต้านจากชาวบ้าน จนยกเลิกไปช่วงหนึ่ง เพราะชาวบ้านวิตกว่าจะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะวัฒนธรรมประเพณีที่นับถือฤาษีจะถูกทำลาย

แต่เมื่อมีการปรับตัวระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับคนในชุมชน ปัจุบันโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนทั้งหมด กว่า 300 คน มีนักเรียนเข้าไปศึกษาต่อที่อำเภออุ้มผางส่วนหนึ่ง ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงงานที่โรงเรียนบ้านเลตองคุ ถึง 5 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อเดือนธันวาคม 2552

การเรียนการสอนที่ยังคงยึดประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิม ทั้งการแต่งชุดกระเหรี่ยง แทนชุดนักเรียน การนำภาษากระเหรี่ยงมาอยู่ในการเรียนการสอน เช่นเดียวกับคนในหมู่บ้าน ที่แม้จะมีกลิ่นอายของความเป็นสังคมเมืองเข้ามา แต่ก็พยายามที่จะรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมให้คงอยู่ โดยเฉพาะการนับถือฤาษี จนทำให้บ้านเลตองคุยังคงเป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง


กลับขึ้นด้านบน