นายกฯสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุระเบิดใน จ.สุราษฎร์ธานี

นายกฯสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุระเบิดใน จ.สุราษฎร์ธานี

นายกฯสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุระเบิดใน จ.สุราษฎร์ธานี

รูปข่าว : นายกฯสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุระเบิดใน จ.สุราษฎร์ธานี

นายกฯสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุระเบิดใน จ.สุราษฎร์ธานี โฆษก กอ.รมน.และโฆษก คสช.เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.สั่งเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยทุกพื้นที่ โดยเฉพาะจุดตรวจพร้อมให้ปรับแผนการทำงานในเวลากลางคืน หลังเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ ใน จ.สุราษฎร์ธานี

พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน.ระบุถึงเหตุระเบิดบริเวณลานจอดรถห้างเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาเกาะสมุยและเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าสหกรณ์สุราษฎรธานีจำกัดว่า จากการตรวจสอบข้อมูลด้านการข่าวในสายงาน กอ.รมน.เบื้องต้นพบว่า ไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขยายพื้นที่ก่อเหตุรุนแรงเกินกว่าพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง แต่มีความเป็นไปได้ว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเป็นผู้ที่มีความชำนาญการประกอบระเบิดในรถยนต์ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และได้รับการจ้างวานจากผู้จ้างวานที่มีวัตถุประสงค์อื่น

ทั้งนี้ กอ.รมน. ขอประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ความสงบสุขของประชาชน และภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งผู้ก่อเหตุในครั้งนี้เมื่อถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้อาจถูกตั้งข้อหาการก่อการร้าย หรือข้อหาร่วมกันฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง โดยกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น

นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งผู้บัญชาการทหารบกได้รับรายงานขั้นต้นแล้ว และได้สั่งการให้แม่ทัพภาคที่ 4 บูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมสั่งให้ทุกพื้นที่เข้มงวดมากขึ้น

ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช.ระบุว่า นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ย้ำให้ปรับมาตราการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ทั้งนี้ยอมรับว่า ยังมีผู้ไม่หวังดีพยายามหาช่องว่างก่อกวน เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการก่อเหตุรุนแรง ซึ่งขัดต่อแนวทางของคนส่วนใหญ่ที่ต้องการให้สังคมมีความสงบเรียบร้อยและเป็นการกระทำผิดทางกฎหมายขั้นรุนแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการต่อไป โดยขอให้ประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลเบาะแสกับเจ้าหน้าที่


กลับขึ้นด้านบน