"คมนาคม"เสนอครม.พิจารณา "ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท" พรุ่งนี้

"คมนาคม"เสนอครม.พิจารณา "ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท" พรุ่งนี้

"คมนาคม"เสนอครม.พิจารณา "ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท" พรุ่งนี้

รูปข่าว : "คมนาคม"เสนอครม.พิจารณา "ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท" พรุ่งนี้

ในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.556) คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และกังวลต่องบประมาณที่ใช้ รวมถึงการออกเป็นพระราชบัญญัติกู้เงิน ซึ่งฝ่ายค้านอาจจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

 ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไม่กังวลการที่ฝ่ายค้านและวุฒิสมาชิกบางส่วน อาจยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมาย ขณะที่ทีดีอาร์ไอเสนอรัฐบาลตั้งคณะกรรมการคนกลาง เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

 
ในการประชุมสามัญประจำปีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง งบประมาณ 2 ล้านล้าน และยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปรับปรุงระบบคมนาคม และจะเพิ่มการมีส่วนร่วมกับชุมชน หลังพบความผิดพลาดและความขัดแย้งระหว่างการดำเนินโครงการก่อสร้างระบบคมนาคม ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคหลายโครงการ
 
นอกจากนี้ยังขอให้ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน รวบรวมความเห็นและข้อเสนอเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนพิจารณา
 
ในวันพรุ่งนี้กระทรวงการคลัง จะเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2.2 ล้านล้านบาท โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า ร่างกฎหมายที่จะเสนอเป็นเอกสาร ไม่เกิน 2 แผ่นกระดาษ ส่วนรายละเอียดจะนำเสนอตามลักษณะการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
 
ทั้งนี้ พร้อมจะบังคับใช้หลักเกณฑ์ และการเปิดเผยวิธีคำนวณกำหนดราคากลาง และคุณภาพวัสดุอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริตและไม่กังวลกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒสภา บางส่วน เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ
 
นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กำชับให้รัฐบาลศึกษาความคุ้มค่า และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นรายโครงการ พร้อมเสนอตั้งคณะกรรมการคนกลางจากทุกภาคส่วนแทนสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ รวมทั้ง เปิดเผยรายงานการใช้งบประมาณ และการก่อหนี้สาธารณะต่อรัฐสภา เพื่อความโปร่งใสในการบริหารการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
 


กลับขึ้นด้านบน