จับตาวิกฤตเงินฝากไซปรัส..กระเทือนยูโรโซน แต่ยังไม่น่าจะจุดชนวนวิกฤตหนี้รอบใหม่

จับตาวิกฤตเงินฝากไซปรัส..กระเทือนยูโรโซน แต่ยังไม่น่าจะจุดชนวนวิกฤตหนี้รอบใหม่

จับตาวิกฤตเงินฝากไซปรัส..กระเทือนยูโรโซน แต่ยังไม่น่าจะจุดชนวนวิกฤตหนี้รอบใหม่

รูปข่าว : จับตาวิกฤตเงินฝากไซปรัส..กระเทือนยูโรโซน แต่ยังไม่น่าจะจุดชนวนวิกฤตหนี้รอบใหม่

จับตาวิกฤตเงินฝากไซปรัส..กระเทือนยูโรโซน แต่ยังไม่น่าจะจุดชนวนวิกฤตหนี้รอบใหม่ ไซปรัสเป็นสมาชิกยูโรโซนลำดับที่ 5 ที่ขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรป ซึ่งวงเงินช่วยเหลือที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ณ ขณะนี้ที่ 1.0 หมื่นล้านยูโร เป็นวงเงินที่น้อยกว่าตัวเลขคาดการณ์ของหลายฝ่ายในช่วงก่อนหน้านี้

  โดยสาเหตุหลักน่าจะมาจากเงื่อนไขที่ไซปรัสต้องแลกในรอบนี้ ค่อนข้างแตกต่างจากสมาชิกยูโรโซน 4 ประเทศแรกที่ขอรับเงินช่วยเหลือจาก EU/IMF (กรีซ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส และภาคธนาคารของสเปน) เพราะต้องมีการเก็บภาษีผู้ฝากเงินบางส่วน (ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่เพิ่มเติมเข้ามา 

 
นอกเหนือจากการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณลง ลดขนาดของภาคการธนาคารที่มีปัญหา ขึ้นภาษีและแปรรูปรัฐวิสาหกิจ) เพื่อให้รัฐบาลไซปรัสมีรายได้จากส่วนนี้จำนวน 5.8 พันล้านยูโรไปแก้ไขปัญหาในภาคธนาคาร โดยทันทีที่มีการเปิดเผยแนวทางการเก็บภาษีเงินฝากนี้ ความโกลาหลที่ขึ้นในไซปรัส ก็กลายเป็นตัวจุดชนวนความกังวลต่อวิกฤตหนี้ยูโรโซนขึ้นอีกครั้ง
         
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ไม่ว่าข้อสรุปสำหรับอัตราการเก็บภาษีเงินฝากของไซปรัสจะออกมาในรูปของการเว้นการเก็บภาษี/หรือเก็บในอัตราที่น้อยลงสำหรับผู้ฝากเงินรายเล็กที่มีวงเงินฝากต่ำกว่า 100,000 ยูโรในท้ายที่สุด ก็อาจจะให้ผลที่ไม่แตกต่างกันนักต่อรายได้ภาษี 5.8 พันล้านยูโรที่รัฐบาลไซปรัสมีพันธะที่จะต้องจัดเก็บให้ได้ตามเงื่อนไข อย่างไรก็ดี แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาอย่างยากจะหลีกเลี่ยง ก็คือ ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบยูโรโซน และภาคธนาคารของสมาชิกยูโรโซนหลายๆ ประเทศ ที่อยู่ในภาวะที่ค่อนข้างเปราะบางและอ่อนไหวต่อวิกฤตความไม่เชื่อมั่นอยู่ก่อนแล้ว 
 
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ไซปรัสยังสามารถหาข้อสรุปของอัตราภาษีที่น่าจะทำให้ผลกระทบไม่ลุกลามออกไป ขณะที่ จุดยืนในการรักษาระบบยูโรโซนของ ECB และเยอรมนี น่าจะทำให้ยูโรโซนเลี่ยงสถานการณ์วิกฤตเลวร้ายรุนแรงไปได้


กลับขึ้นด้านบน