"จารุพงศ์" ยันไม่ย้ายศูนย์พักพิงชั่วคราวแม่สุริน หลังเกิดไฟไหม้-เร่งช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

"จารุพงศ์" ยันไม่ย้ายศูนย์พักพิงชั่วคราวแม่สุริน หลังเกิดไฟไหม้-เร่งช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

"จารุพงศ์" ยันไม่ย้ายศูนย์พักพิงชั่วคราวแม่สุริน หลังเกิดไฟไหม้-เร่งช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

รูปข่าว : "จารุพงศ์" ยันไม่ย้ายศูนย์พักพิงชั่วคราวแม่สุริน หลังเกิดไฟไหม้-เร่งช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า จะไม่มีการย้ายศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน ขณะที่การสรุปยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 36 คน ระบุตัวได้แล้ว 23 คน และในวันนี้(25มี.ค.56) จะมีทีมแพทย์ลงพื้นที่เยียวยาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

วันนี้นับเป็นวันที่ 3 แล้ว หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีการสรุปยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ที่ได้รับการยืนยันแล้ว 36 คน สามารถชันสูตรพลิกศพและยืนยันตัวบุคคลแล้ว 23 คน ยังไม่นับรวมการเสียชีวิตของผู้บาดเจ็บอีก 1 คน ที่โรงพยาบาลขุนยวมเมื่อวานนี้อีก 1 คน

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือ โดยระบุว่า จะไม่มีการย้ายศูนย์ฯ ไปยังพื้นที่ใหม่ เนื่องจากมีความเหมาะสมในหลายๆ ด้าน ซึ่งจะเร่งให้การช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ส่วนการให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง เจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ หรือ UNHCR ที่ประสานงานด้านชายแดน และพื้นที่พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย - พม่า ประจำประเทศไทย ได้ให้ความช่วยเหลือด้านเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างเร่งด่วนแล้ว พร้อมปฏิเสธข่าวการเผาไล่ที่ว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากศูนย์อพยพแห่งนี้ เปิดมานานถึง 10 ปีแล้วและไม่เคยมีปัญหา เบื้องต้นมีคำยืนยันจากตำรวจแล้วว่า สาเหตุมาจากบ้านผู้หนีภัยฯรายหนึ่ง ที่กำลังหุงต้มอาหาร ในพื้นที่โซนที่ 1 และลุกลามไปยังโซนที่ 4

ด้านนายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงการให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขว่า ได้วางแผนดำเนินการให้ความช่วยเหลือใน 3 เรื่อง ได้แก่ การควบคุมป้องกันโรคในจุดอพยพ เนื่องจากการอยู่ในพื้นที่รวมกันอาจทำให้เกิดโรคแพร่ระบาดได้ง่าย และสภาพพื้นที่เป็นป่าเขา

โดยได้จัดส่งหน่วยควบคุมโรคมาลาเรีย 1 ทีม พร้อมเครื่องมือตรวจเชื้อ และยารักษาโรค เข้าไปในพื้นที่เพื่อให้บริการตรวจเจาะเลือดเพื่อให้การรักษาทันที และได้ส่งมุ้งชุบสารไพรีทรอยด์ จำนวน 500 หลัง ซึ่งสารเคมีดังกล่าวที่ชุบมุ้งไม่เป็นอันตรายต่อคน มีฤทธิ์ทำให้ยุงที่สัมผัสเป็นอัมพาต และตายในที่สุด มุ้ง 1 หลังนอนได้ 2-3 คน ใช้ได้นาน 1 ปี หากไม่เพียงพอก็จะจัดส่งให้อีก โดยได้สำรองไว้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอนอีก 1,000 หลัง

ขณะเดียวกันได้ส่งเจ้าหน้าที่ด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำอีก 1 ทีมใหญ่ เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังเรื่องความสะอาดของอาหาร น้ำดื่ม ความสะอาดและความเพียงพอของห้องน้ำ ห้องสุขา การกำจัดขยะมูลฝอย ให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวันหรือสัตว์นำโรคต่างๆ ป้องกันโรคในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วง ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วย

นอกจากนี้ ยังให้การดูแลด้านสุขภาพจิตแก่ผู้อพยพที่สูญเสียที่พัก และสูญเสียญาติ โดยได้ส่งจิตแพทย์ นักจิตวิทยา พยาบาลจิตเวช จากโรงพยาบาลขุนยวม โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมล่ามแปลภาษา เพื่อดำเนินการตรวจประเมินคัดกรอง ปัญหาสุขภาพจิตและให้การดูแลรักษาฟื้นฟู ในพื้นที่ร่วมกับองค์กรนานาชาติ และได้จัดส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลขุนยวมและสำนักงานสาธารณสุข อ.ขุนยวม พร้อมยา และเวชภัณฑ์ ชุดทำแผลต่างๆ หมุนเวียนสับเปลี่ยนไปให้บริการรักษาพยาบาล


กลับขึ้นด้านบน