สำรวจคนไทยก๊งเหล้า เฉลี่ย 7.1 ลิตรต่อคนต่อปี รอบ 10 ปี คนเลิกเหล้าได้ 2.6 ล้านคน

สำรวจคนไทยก๊งเหล้า เฉลี่ย 7.1 ลิตรต่อคนต่อปี รอบ 10 ปี คนเลิกเหล้าได้ 2.6 ล้านคน

สำรวจคนไทยก๊งเหล้า เฉลี่ย 7.1 ลิตรต่อคนต่อปี รอบ 10 ปี คนเลิกเหล้าได้ 2.6 ล้านคน

รูปข่าว : สำรวจคนไทยก๊งเหล้า เฉลี่ย 7.1 ลิตรต่อคนต่อปี รอบ 10 ปี คนเลิกเหล้าได้ 2.6 ล้านคน

สำรวจคนไทยก๊งเหล้า เฉลี่ย 7.1 ลิตรต่อคนต่อปี รอบ 10 ปี คนเลิกเหล้าได้ 2.6 ล้านคน ห่วงกลุ่มผู้หญิง วัยรุ่นยังดื่มเพิ่ม คนยิ่งจนยิ่งจ่ายค่าเหล้ามาก ภาคเหนือเมามากสุด ขณะที่ 3 จังหวัดใต้ดื่มน้อยสุด

 เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ จัดแถลงเปิดตัวรายงานสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลกระทบในประเทศไทย พ.ศ. 2556 และรายงานสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด พ.ศ. 2554

โดย นพ.ทักษพล ธรรมรังสี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) กล่าวว่า สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยปัจจุบันปี 2554 คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเฉลี่ยมีการดื่มแอลกอฮอล์คิดเป็น 7.1 ลิตรของแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อคนต่อปี หรือเท่ากับการดื่มสุรากลั่นประมาณ 18 กลม เบียร์ 61 ขวดใหญ่ และ ไวน์ 1 ขวดรวมกัน  ทั้งนี้ ยังพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้นกว่า 1.2 แสนร้าน ทำให้การเข้าถึงการบริโภคได้ง่าย ส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะซื้อจากร้านขายของชำ   ทั้งนี้ ยังพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้นกว่า 1.2 แสนร้าน ทำให้การเข้าถึงการบริโภคได้ง่าย ส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะซื้อจากร้านขายของชำ

 
นพ.ทักษพล กล่าวว่า หากพิจารณาสัดส่วนประชากรที่ดื่มแอลกอฮอล์พบว่า เพศชาย โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ และวัยสูงอายุ มีอัตราการดื่มลดลง และสามารถคิดได้ว่าประชากรที่เคยดื่มสุราและเลิกดื่มได้ถึง 2.6 ล้านคนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากมาตรการต่างๆ และการรณรงค์ แต่ขณะเดียวกันพบว่า ประชาชนหญิงและกลุ่มวัยรุ่นมีอัตราการดื่มเพิ่มขึ้น เฉลี่ยร้อยละ 1 ต่อปี และยังพบว่าและกลุ่มครัวเรือนที่มีรายต่ำที่สุด มีค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้นที่สุด ในขณะที่ครัวเรือนที่รายได้ดีกว่ามีทิศทางจะจ่ายในสัดส่วนที่ลดลง เมื่อสำรวจผลกระทบทางสังคมยังพบว่า ประชาชนพบเห็นปัญหาจากดื่มเป็นเรื่องปกติ โดย 3 ใน 4 เคยเห็นการทะเลาะกันจากการดื่มในปีที่ผ่านมา และประมาณ 1 ใน 3 เคยพบเห็นการทำร้ายร่างกายในครอบครัวจากการดื่ม
 
“อัตราการดื่มที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากการทำการตลาดอย่างหนักของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เปลี่ยนจากสื่อหลักโดยโฆษณาทางทีวี วิทยุ ไปสู่สื่อในพื้นที่ โฆษณาผ่านสื่อออนไลน์และเครือข่ายสังคม และการโฆษณา ณ จุดขาย และแม้ว่าจำนวนการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจะลดลง แต่ระดับความรุนแรงของคดีอุบัติเหตุมีเพิ่มขึ้นเมื่อดูจากการเสียชีวิตและการบาดเจ็บสาหัส ในปี 54 ยังพบว่า สุราเป็นสาเหตุการตาย 1 ใน 3 ของคดีอุบัติเหตุ โดยช่วงเทศกาลจะเพิ่มเป็นอันดับ 1 โดยพบว่า 3 ใน 5 หรือ ร้อยละ 70 ของอุบัติเหตุที่เกิดในช่วงเทศกาล มีปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดมากกว่าที่กฎหมายกำหนด” นพ.ทักษพล กล่าว
 
นายสุรศักดิ์ ไชยสงค์ รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายจังหวัด พ.ศ.2554 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งเก็บข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า พื้นที่ที่มีอัตราการดื่มในระดับต่ำที่สุด คือ ภาคใต้และภาคกลาง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี นราธิวาส และยะลา มีอัตราการดื่มต่ำมากที่สุด รองลงมาคือ สตูล กระบี่ และสงขลา

ส่วนพื้นที่ที่มีอัตราการดื่มสูงที่สุดอยู่ในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อแยกเป็นกลุ่มวัยรุ่น พบว่า ภาคที่วัยรุ่นดื่มมากที่สุดคือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ ยังพบสถานการณ์การดื่มประจำ การดื่มหนักกระตายตัวอยู่ในภาคต่างๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสังคม และอุบัติเหตุ ดังนั้น การจัดการกับปัญหาและลดความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัด จึงควรมีนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่สามารถบังคับใช้กฎหมายในระดับพื้นที่อย่างจริงจังต่อไป


กลับขึ้นด้านบน