ระบบล่ม กสทช.สั่งค่ายมือถือ-ไทยคม ส่งรถโมบาย ลงศูนย์อพยพ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

ระบบล่ม กสทช.สั่งค่ายมือถือ-ไทยคม ส่งรถโมบาย ลงศูนย์อพยพ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

ระบบล่ม กสทช.สั่งค่ายมือถือ-ไทยคม ส่งรถโมบาย ลงศูนย์อพยพ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

รูปข่าว : ระบบล่ม กสทช.สั่งค่ายมือถือ-ไทยคม ส่งรถโมบาย ลงศูนย์อพยพ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

ระบบล่ม กสทช.สั่งค่ายมือถือ-ไทยคม ส่งรถโมบาย ลงศูนย์อพยพ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอน ประสบปัญหาระบบการสื่อสารอย่างมาก ในพื้นที่ศูนย์อพยพชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่สุรินทร์ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงประสานผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายให้จัดส่งรถสื่อสัญญาณเข้าไปให้บริการในพื้นที่

 จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ศูนย์อพยพชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่สุริน  อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ที่เป็นแหล่งพักพิงชาวกะเหรี่ยงกว่า 3,000 คน เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 มีนาคม มีผู้เสียชีวิต มีทั้งหมด 36 ราย เป็นผู้ชาย 21 คน ผู้หญิง 15 คน บาดเจ็บสาหัส 13 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 96 ราย และบ้านเรือนเสียหายทั้งหมดกว่า 400 หลัง รวมทั้ง ที่ทำการของเจ้าหน้าที่ยังถูกเพลิงไหม้เสียหายไปด้วย ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างยากลำบาก

 
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า รับทราบจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประสบปัญหาระบบการสื่อสารอย่างมาก ในพื้นที่ศูนย์อพยพชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่สุรินทร์ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงประสานผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายให้จัดส่งรถสื่อสัญญาณเข้าไปให้บริการในพื้นที่ แต่พบว่าเป็นจุดอับสัญญาณ และอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมือง 80 กิโลเมตร จึงแก้ปัญหาด้วยการใช้ระบบสื่อสัญญาณดาวเทียมแทน โดยประสานให้บริษัท ไทยคม นำรถสื่อสัญญาณให้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือระบบ VOIP พร้อมทั้งให้บริการอินเทอร์เน็ต และWiFi ในพื้นที่ ซึ่งทราบว่าจะเข้าในพื้นที่ในวันนี้  ขณะที่เครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ค่าย จะทยอยนำรถสัญญาณเข้าพื้นที่ได้วันพรุ่งนี้ และจะมีเครื่องโทรศัพท์โทรฟรีให้บริการด้วย นอกจากนี้ กสทช.ยังได้เปิด "ศูนย์สื่อสาร กสทช. เพื่อผู้ประสบภัย" เพื่อเป็นส่วนกลางอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารให้กับประชาชน
 
"สำนักงานรับทราบจากผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า  การเดินทางเข้าถึงพื้นที่ศูนย์อพยพฯ เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะอยู่ห่างไกลติดแนวชายแดนไทย-พม่า เมื่อไม่มีสัญญาณโทรศัพท์รวมถึงระยะทางจากศูนย์อพยพฯ ที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมือง 80 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาในการเดินทางถึงกว่า  2 ชั่วโมงครึ่ง  เพราะเป็นเส้นทางขึ้นเขา คดเคี้ยวและต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ โฟว์วีล เท่านั้น   จึงเป็นอุปสรรคสำคัญในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่พื้นที่  ซึ่งขณะนี้มีเพียงวิธีการสื่อสารผ่านวิทยุของทหารเป็นหลักเท่านั้น  โดยปัญหาที่เกิดขึ้นนอกจากผู้อพยพแล้ว ยังพบว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ปักหลักทำข่าวรายงานเหตุการณ์ในพื้นที่จำนวนมาก ประสบปัญหาการติดต่อสื่อสารด้วย
 
 สำนักงาน กสทช. ได้เปิด “ศูนย์สื่อสาร กสทช. เพื่อผู้ประสบภัย” เพื่อเป็นส่วนกลางอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารให้กับประชาชนในพื้นที่ศูนย์อพยพโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยมี พลตำรวจเอก ธนพัทธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการ กสทช. กลุ่มงานภารกิจภูมิภาคและบูรณาการ และทีมงานเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่ออำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือ


กลับขึ้นด้านบน