ชมรมแพทย์ชนบท ยืนยันไม่ร่วมหารือ สธ. -เตรียมเคลื่อนไหวอีกรอบ

ชมรมแพทย์ชนบท ยืนยันไม่ร่วมหารือ สธ. -เตรียมเคลื่อนไหวอีกรอบ

ชมรมแพทย์ชนบท ยืนยันไม่ร่วมหารือ สธ. -เตรียมเคลื่อนไหวอีกรอบ

รูปข่าว : ชมรมแพทย์ชนบท ยืนยันไม่ร่วมหารือ สธ. -เตรียมเคลื่อนไหวอีกรอบ

ชมรมแพทย์ชนบท ยืนยันไม่ร่วมหารือ สธ. -เตรียมเคลื่อนไหวอีกรอบ ชมรมแพทย์ชนบท ยืนยันไม่เข้าร่วมหารือรายละเอียดการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงานกับคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และเตรียมเคลื่อนไหวอีกครั้ง ขณะที่คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอให้ปรับวิธีการจ่ายค่าตอบแทนแบบผสมผสาน แต่ให้กลับไปหารือในรายละเอียดเรื่องการแบ่งพื้นที่และกรอบอัตราค่าตอบแทนให้ชัดเจน

กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายชมรมแพทย์ชนบท ชมรมทันตสาธารณสุขภูธรและเครือข่ายทันตแพทย์โรงพยาบาลชุมชนร่วมกันเผาหุ่นเหมือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสะท้อนข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ปรับนายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขทันที เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่มีนโยบายยกเลิกการจ่ายค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย ของบุคคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลชุมชน มาเป็นการจ่ายตามภาระงาน หรือ P4P

โดย นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท ระบุว่า ค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า สามารถทำให้แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร มีขวัญกำลังใจในการทำงาน และกระจายตัวไปอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารมากขึ้น แต่รูปแบบค่าตอบแทนแบบ P4P ที่จะปรับใหม่นั้น ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะภาระงานด้านการรักษาพยาบาล ไม่สามารถประเมินออกมาเป็นชิ้นงานได้ ซึ่งอาจส่งผลให้แพทย์ชนบทลาออกไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น โดยจะนัดกันแต่งชุดดำปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงขึ้นป้ายไว้อาลัยต่อนโยบายดังกล่าวในโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ

ขณะที่ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงเดินหน้าแนวทางการจ่ายค่าตอบแทนตามแบบ P4P ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ โดยให้จ่ายแบบผสมผสาน ทั้งการจ่ายตามภาระงาน หรือ P4P และเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายคงเดิมในพื้นที่เฉพาะ หรือ พื้นที่ทุรกันดาร

การจ่ายลักษณะดังกล่าวแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ พื้นที่ชุมชนเมือง พื้นที่ปกติ พื้นที่เฉพาะ 1 จะเป็นโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร รวมทั้ง เกาะต่างๆ และพื้นที่เฉพาะ 2 เป็นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนการดำเนินการจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก เริ่มวันที่ 1 เมษายน 2556 - 31 มีนาคม 2557 ซึ่งเป็นช่วงการปรับตัว และระยะ 2 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 - 31 มีนาคม 2558 โดยจะประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

สำหรับข้อสรุปจากการหารือครั้งสุดท้าย จะรวบรวมเสนอนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 29 มีนาคมนี้ เพื่อกลั่นกรอง และนำเข้า ครม.สัญจร ในวันที่ 30-31 มีนาคม 2556 พิจารณา เพื่อให้ทันวันที่ 1 เมษายนนี้


กลับขึ้นด้านบน