เร่งช่วยเหลือไฟไหม้ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านแม่สุริน

เร่งช่วยเหลือไฟไหม้ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านแม่สุริน

เร่งช่วยเหลือไฟไหม้ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านแม่สุริน

รูปข่าว : เร่งช่วยเหลือไฟไหม้ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านแม่สุริน

เร่งช่วยเหลือไฟไหม้ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านแม่สุริน ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา บรรยากาศภายในศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านแม่สุริน ยังคงเต็มไปด้วยความช่วยเหลือที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำดื่มที่เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากระบบน้ำประปาภายในศูนย์พักพิงเสียหายจากเพลิงไหม้

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลผู้หนีภัยการสู้รบ ได้นำข้าวสาร อาหารสำเร็จรูป และผ้าห่มกันหนาว มามอบให้ผู้ประสบภัยที่บ้านถูกเพลิงไหม้ที่ต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์ชั่วคราว

ส่วนความช่วยเหลือพื้นฐานด้านอื่นๆ ที่ต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม คือ ยารักษาโรค ยาสำหรับป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ท้องร่วง ยารักษาไข้มาลาเลีย รวมถึงโถสุขภัณฑ์สำหรับสร้างห้องน้ำ ให้กับผู้ประสบภัยภายในศูนย์พักพิง

ส่วนการฟื้นฟูสถานที่ถูกเพลิงไหม้ รวมถึงการสร้างบ้านหลังใหม่ ให้กับผู้ประสบภัยกว่า 400 หลังคาเรือน คาดว่าจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน เพราะต้องใช้วัสดุก่อสร้างจำนวนมาก โดยเฉพาะไม้ไผ่ ไม้ยูคาลิปตัส และใบตองตึง สำหรับทำหลังคา

จากการพูดคุยกับผู้รับประมูลและจัดหาวัสดุก่อสร้างของ UNHCR ที่เข้ามาประเมินตัวเลขและจำนวนวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคทดแทนส่วนที่ถูกเพลิงไหม้ ผู้รับเหมายอมรับว่าเป็นงานที่หนัก และต้องใช้เวลามากกว่าปกติ จากปัญหาความลำบากในการขนส่ง

ขณะที่การสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แบ่งกลุ่มพยาน ที่จะต้องสอบสวนไว้ถึง 7 กลุ่ม คือ กลุ่มพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์ขณะเพลิงไหม้ กลุ่มพยานแวดล้อมที่เห็นพิรุธก่อนเกิดเหตุ กลุ่มพยานผู้บาดเจ็บ กลุ่มญาติผู้เสียชีวิต กลุ่มทรัพย์สินเสียหายจากเพลิงไหม้ กลุ่มพยานที่เป็นบุคคลสำคัญในศูนย์พักพิง และกลุ่มพยานหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบศูนย์พักพิง แต่ยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาในการสอบสวนได้ว่าจะเสร็จเมื่อใด เนื่องจากมีปัญหาการสื่อสารที่ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์คะเลนนี หรือกะเหรี่ยงแดง ซึ่งไม่สามารถพูดภาษาไทยได้

ขณะที่ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.นิตินาถ วิทยาวุฑฒิกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรขุนยวม ไปช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นระยะเวลา 30 วัน เนื่องจากเข้าพื้นที่กรณีเหตุเพลิงไหม้ศูนย์อพยพบ้านแม่สุรินทร์ อำเภอขุนยวมล่าช้า และไม่ตอบสนองคำสั่งผู้บังคับบัญชา ไม่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมอบหมายให้ พ.ต.ท.พงศกร รัศมีโรจน์สกุล รองผู้กำกับการฝ่ายป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปรักษาราชการแทน


กลับขึ้นด้านบน