นายกฯ ไม่กังวลชี้แจงสภาฯ กรณีร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท

นายกฯ ไม่กังวลชี้แจงสภาฯ กรณีร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท

นายกฯ ไม่กังวลชี้แจงสภาฯ กรณีร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท

รูปข่าว : นายกฯ ไม่กังวลชี้แจงสภาฯ กรณีร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท

นายกฯ ไม่กังวลชี้แจงสภาฯ กรณีร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท “ยิ่งลักษณ์” นายกรัฐมนตรียืนยันไม่กังวลกับการชี้แจงร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ของรัฐบาลในวันนี้ (28 มี.ค.) ขณะที่การประชุมวิปรัฐบาล และฝ่ายค้าน เห็นชอบร่วมกันปรับเวลาการอภิปราย โดยให้เวลาฝ่ายค้านเพิ่มเป็น 16 ชั่วโมงและรัฐบาล 14 ชั่วโมง

การอภิปรายแสดงความเห็นในหลักการและเหตุผลของร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในวันที่ 28-29 มีนาคมนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้าน เห็นชอบร่วมกันที่จะขยายกรอบการอภิปรายของฝ่ายค้านเป็น 16 ชั่วโมง และรัฐบาล 14 ชั่วโมง โดยไม่รวมเวลาประท้วง และกรณีพาดพิง จากนั้นจะลงมติทันที ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 6 คน แบ่งเป็น รัฐบาล 9 คน พรรคเพื่อไทย 14 คน พรรคประชาธิปัตย์ 9 คน พรรคภูมิใจไทย 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน พรรคชาติพัฒนาและพรรคพลังชลได้สัดส่วนร่วมกัน 1 คน ส่วนระยะเวลาการแปรญัตติยังไม่กำหนดระยะเวลา แต่มีกรอบเวลา ไม่น้อยกว่า 7 และไม่มากกว่า 45 วัน

ขณะที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เชื่อมั่นว่าบรรยากาศการอภิปรายจะเป็นไปด้วยดี และจะดูแลควบคุมการประชุมโดยยึดข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อและเกิดการประท้วงนอกเรื่อง

ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียก นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึง นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาประชุมในช่วงเย็นวานนี้ (27 มี.ค.) ซึ่งคาดว่าจะเป็นการซักซ้อมการชี้แจง โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลกับการชี้แจงร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว

ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภาสรรหา กล่าวว่า เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ว่าขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ที่ระบุว่า รัฐบาลจะมีอำนาจจ่ายงบประมาณได้เองในกรณีจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น หรือไม่ เพราะเห็นว่ารัฐบาลสามารถดึงงบลงทุนในประเทศที่มีอยู่ร้อยละ 25 ต่อปีมาใช้แทนได้

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ประเด็นที่พรรคฝ่ายค้านจะใช้ในการอภิปรายครั้งนี้ ก็คือการก่อหนี้โดยไม่มีความจำเป็น เพราะสามารกู้เงินผ่านระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ รวมถึงอาจมีการสอดไส้ร่างพระราชบัญญัติ และบัญชีแนบท้ายในโครงการต่างๆ เพราะยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดในโครงการให้ชัดเจน เป็นเพียงการวางกรอบยุทธศาสตร์กว้างๆ เท่านั้น

นอกจากนี้ พรรคฝ่ายค้านน่าจะพุ่งประเด็นไปที่หนี้สาธารณะ ที่พรรคฝ่ายค้านเชื่อว่าในอีก 7-8 ปีข้างหน้า จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นถึงเพดานร้อยละ 60 ของจีดีพี ซึ่งฝ่ายค้านตีความว่า เมื่อหนี้สูงเต็มเพดาน ก็อาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่ นอกจากนี้ฝ่ายค้านยังน่าจะเห็นเช่นเดียวกับความเห็นของ นายคำนูญ สิทธิสมาน ที่ระบุว่า ร่างกฎหมายกู้เงินครั้งนี้ อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 169

ส่วนสิ่งที่รัฐบาลจะตอบโต้ และชี้แจง คาดกันว่า จะมีการอธิบายถึงกลไกการควบคุมป้องกันงบประมาณไม่ให้รั่วไหล ที่รัฐบาลยืนยันมาตลอดว่า วิธีการนี้ดีกว่าการเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี รวมถึงหมัดเด็ดที่รัฐบาล ย้ำอยู่ตลอดก็คือ การสร้างความเจริญให้กับประเทศในระยะยาว และผลจากเศรษฐกิจที่จะดีขึ้นในภาพรวม


กลับขึ้นด้านบน