เเพทย์เเนะ ปชช.เลี่ยงกิจกรรมในที่โล่ง หวั่น"หมอกควัน"กระทบสุขภาพ

เเพทย์เเนะ ปชช.เลี่ยงกิจกรรมในที่โล่ง หวั่น"หมอกควัน"กระทบสุขภาพ

เเพทย์เเนะ ปชช.เลี่ยงกิจกรรมในที่โล่ง หวั่น"หมอกควัน"กระทบสุขภาพ

รูปข่าว : เเพทย์เเนะ ปชช.เลี่ยงกิจกรรมในที่โล่ง หวั่น"หมอกควัน"กระทบสุขภาพ

เเพทย์เเนะ ปชช.เลี่ยงกิจกรรมในที่โล่ง หวั่น หลายจังหวัดในภาคเหนือ ยังคงฉีดพ่นละอองน้ำ สร้างความชื้นในอากาศ เพื่อลดภาวะวิกฤตหมอกควัน ส่วนมาตรการป้องกันผลกระทบกับสุขภาพ เจ้าหน้าที่เร่งแนะนำวิธีดูแลตัวเองให้กับประชาชน และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลน่าน สาธิตวิธีสวมหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ หลังปัญหาหมอกควันส่งผลให้คุณภาพอากาศไม่ดี กระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมในที่โล่ง
เช่นเดียวกับที่จังหวัดเชียงราย,เชียงใหม่ และ ลำพูน หลายหน่วยงานนำรถฉีดพ่นน้ำสร้างความชื้นในอากาศ เพื่อลดภาวะหมอกควันตามแหล่งชุมชน ขณะที่พื้นที่รอบนอก ยังคงประสบปัญหาหมอกควันสะสม เพราะมีการเผาไหม้เกิดขึ้นหลายจุด โดยเฉพาะที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ทัศนวิสัยในการมองเห็นบางแห่งไม่ถึง 1 กิโลเมตร ทำให้การสัญจรต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
 
ส่วนภาพที่เจ้าหน้าที่ใช้สายยางฉีดพ่นน้ำใกล้เครื่องตรวจวัดค่าคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ หน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 15 จังหวัดเชียงราย  จนมีการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นความพยายามลดค่าคุณภาพอากาศที่เกินมาตรฐาน
 
นายสุจินต์ โตพังเทียม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเชียงราย ชี้แจง เป็นการรดน้ำต้นไม้ ไม่ใช่การฉีดพ่นน้ำเพื่อเปลี่ยนแปลงค่าคุณภาพอากาศ เพราะการฉีดพ่นน้ำเพียงเล็กน้อยไม่สามารถทำให้ค่าตรวจวัดคุณภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้ และค่าฝุ่นละอองของจังหวัดเชียงราย ยังมีฝุ่นละอองขนาดเล็ก สูงกว่า 200ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสอดคล้องกับสภาพหมอกควันที่หนาแน่น 
 
 
 
 


กลับขึ้นด้านบน