ศาลอาญาสั่งจำคุกผู้ก่อเหตุปล้นบ้าน "สุพจน์"

ศาลอาญาสั่งจำคุกผู้ก่อเหตุปล้นบ้าน "สุพจน์"

ศาลอาญาสั่งจำคุกผู้ก่อเหตุปล้นบ้าน "สุพจน์"

รูปข่าว : ศาลอาญาสั่งจำคุกผู้ก่อเหตุปล้นบ้าน "สุพจน์"

ศาลอาญาสั่งจำคุกผู้ก่อเหตุปล้นบ้าน ศาลตัดสินลงโทษจำคุกกลุ่มผู้ก่อเหตุปล้นบ้านอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ตั้งแต่ 2 ปี 6 เดือน ไปจนถึง 12 ปี พร้อมสั่งให้จำเลยทั้งหมดคืนเงินแก่เจ้าของทรัพย์ ขณะที่ ป.ป.ช.มีมติยึดทรัพย์ดังกล่าวที่ได้แล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลแพ่ง

ศาลอาญารัชดา นัดอ่านคำพิพากษาคดีอัยการฟ้องนาย นายสิงห์ทอง ชื่่นชม หรือเสธไก่ และพวกรวม 9 คน ฐานความผิด ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง , ร่วมรับของโจร และร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมืองและหมู่บ้านเวลากลางคืน หลังก่อเหตุปล้นทรัพย์บ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ได้เงินไปกว่า 18 ล้านบาท

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายสิงห์ทอง,นายเสาร์แก้ว นามวงศ์ และนายสมบูรณ์ ระยะเทน มีความผิดจริงตามคำฟ้อง จึงลงโทษจำคุกคนละ 18 ปี แต่นายสิงห์ทองให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุก 12 ปีปรับ 60 บาท ส่วนนายเสาร์แก้วและนายสมบูรณ์ ลดโทษจำคุกเหลือ 9 ปี ปรับ 45 บาท

ส่วนจำเลยที่เหลือมีความผิดฐานรับของโจร สั่งลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือนไปจนถึง 12 ปี ขณะที่จำเลยที่ 7 คือ นายประพันธ์ เรียงเครือ ศาลพิพากษายกฟ้อง พร้อมกันนี้ ศาลมีคำสั่งให้คืนเงินและทรัพย์สินของกลางที่ได้มาจากการปล้นทรัพย์คืนให้เจ้าของทรัพย์ผู้เป็นโจทก์ร่วมฟ้องด้วย แต่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.มีมติให้ยึดเงินสดของกลางที่ถูกปล้น ไปรวมถึงทรัพย์สินอื่นให้ตกเป็นของแผ่นดิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง

สำหรับ นายวีระศักดิ์ เชื่อลี หรือ นายโก้ ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มในการก่อเหตุ ยังอยู่ระหว่างหลบหนีคดีพร้อมกับผู้ต้องหาที่เหลือ ซึ่งตำรวจยังอยู่ระหว่างติดตามตัวต่อไป คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 ขณะที่นายสุพจน์ พร้อมครอบครัวได้เดินทางไปร่วมฉลองงานแต่งงานของบุตรสาว และมีคนดูแลบ้าน 4 คนอยู่ในบ้าน ทำให้กลุ่มจำเลยทั้งหมดได้วางแผนเข้าก่อเหตุจนสามารถได้ทรัพย์สินและเงินสดไปกว่า 18 ล้านบาท แต่ต่อมานายสุพจน์กลับแจ้งว่ามีเงินหายไปเพียง 5 ล้านบาท ซึ่งคำให้การไม่ตรงกัน จนนำไปสู่การสืบสวนและยึดทรัพย์นายสุพจน์ตามมติของ ป.ป.ช.


กลับขึ้นด้านบน