นายกฯลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ในการประชุมครม.สัญจร

นายกฯลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ในการประชุมครม.สัญจร

นายกฯลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ในการประชุมครม.สัญจร

รูปข่าว : นายกฯลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ในการประชุมครม.สัญจร

นายกฯลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ในการประชุมครม.สัญจร นายกรัฐมนตรีเดินทางลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จ.ฉะเชิงเทรา ขณะที่การประชุมกรอ.ภูมิภาคช่วงเย็นวันนี้ (30 มี.ค.) เตรียมพิจารณาส่งเสริมการค้า การลงทุน และการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม

วันนี้ (30 มี.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว, ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.สัญจร ครั้งที่ 2/2556  ที่ จ.ฉะเชิงเทรา

ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากกองบินตำรวจ ไปยังค่ายสุรสิงหนาท (ร.12 พัน 3 รอ.) อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจชายแดน จ.สระแก้ว ด้านแผนงาน ปัญหา อุปสรรคต่างๆ และมอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร และเยี่ยมชมการค้าชายแดน ด่านพรมแดนคลองลึก

จากนั้นเวลา 16.30 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (กรอ.ภูมิภาค) ครั้งที่ 2/2556 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา และในเวลา 18.00 น.นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะผู้ว่าราชการจังหวัด

สำหรับวาระการประชุมกรอ.ประกอบด้วย 4 ด้าน 14 เรื่อง ได้แก่

1.ด้านการส่งเสริมการค้าและการลงทุน (กกร.) ประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่

- ขอรับการสนับสนุนโครงการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษบ้านป่าไร่ จ.สระแก้ว
- ขอรับการสนับสนุนโครงการ Eco Industrial Town จ.สมุทรปราการ และ จ.ปราจีนบุรี
- ขอให้เร่งรัดโครงการย้ายตลาดสะพานปลากรุงเทพ (ยานนาวา) ไปตั้งที่ปากน้ำสมุทรปราการ
- ขอรับการสนับสนุนโครงการจัดตั้งสถาบันมะม่วงแห่งประเทศไทย

2.การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ (กกร.) ประกอบด้วย 5 เรื่อง ได้แก่

- ขอให้เร่งรัดโครงการพัฒนาโครงข่ายทางถนนเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2558 โดยการขยายช่องจราจร และขอการสนับสนุนการปรับปรุงและก่อสร้างเส้นทาง รวม 7 เส้นทาง ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 331 ระยะทาง 11 กม., โครงการก่อสร้างปรับปรุงทางหลักหมายเลข 1 ระยะทางประมาณ 2.2 กม., โครงการก่อสร้างขยายทางรองหมายเลข 2, สนับสนุนโครงการก่อสร้างทางแยกพร้อมสัญญาณไฟจราจรเข้าเส้นทางรองหมายเลข 2 (สุสานมูลนิธิปทุมรังษี), โครงการก่อสร้างและขยายเส้นทางรองหมายเลข 3, โครงการก่อสร้างและขยายเส้นทางรองหมายเลข 4 และโครงการก่อสร้างปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 314 (บางปะกง-ฉะเชิงเทรา) และขยายเส้นทางจราจร โดยเพิ่มช่องทางจราจรจากเดิม 6 ช่องจราจรเป็น 8 ช่องทางจราจร และปรับปรุงสะพานข้ามคลองลาดขวางบนทางหลวงหมายเลข 314 กม. ที่ 12
- ขอให้เร่งรัดโครงการขยายเส้นทาง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 319 “หนองชะอม จ.ปราจีนบุรี-พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา” จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร
- ขอรับการสนับสนุนการศึกษาการแก้ไขปัญหาการจราจรสู่ จ.นครนายก และภาคตะวันออก
- ขอรับการสนับสนุนโครงการศึกษาแนวทางการขยายเส้นทางไปยังด่านคลองลึก จ.สระแก้ว
-​ ขอรับการสนับสนุนโครงการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าโมโนเรล จากสถานีรถไฟฟ้าบางปู – แอร์พอร์ทลิงค์ สุวรรณภูมิ

3.การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กกร.) ประกอบด้วย 1 เรื่อง ได้แก่ เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน (ปากน้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ)

4.การส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการสุขภาพ (กกร./สทท.) ประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่
- ​ขอรับการสนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว “ขุนด่านแลนด์” (ถนน-สะพาน-ภูมิทัศน์) จ.นครนายก
- ขอให้เร่งรัดการพัฒนาพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำทับลาน จ.ปราจีนบุรี
- ขอให้แยกช่องทางการผ่านด่านชายแดนของนักท่องเที่ยวออกจากด่านการค้า
- ขอให้พัฒนาเส้นทางช่องบะระแนะ หรือช่องตากิ่ว ซึ่งอยู่ติดชายแดนกัมพูชา
 


กลับขึ้นด้านบน