ครม.อนุมัติงบกว่าแสนล้านบาทรับ"จำนำข้าวเปลือก" ตั้งเป้า 7 ล้านตัน

ครม.อนุมัติงบกว่าแสนล้านบาทรับ"จำนำข้าวเปลือก" ตั้งเป้า 7 ล้านตัน

ครม.อนุมัติงบกว่าแสนล้านบาทรับ"จำนำข้าวเปลือก" ตั้งเป้า 7 ล้านตัน

รูปข่าว : ครม.อนุมัติงบกว่าแสนล้านบาทรับ"จำนำข้าวเปลือก" ตั้งเป้า 7 ล้านตัน

ครม.อนุมัติงบกว่าแสนล้านบาทรับ ครม.อนุมัติงบประมาณ 105,000 ล้านบาทในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 ครั้งที่ 2 นอกจากนี้ยังมีมติต่ออายุรถเมล์และรถไฟฟรี ออกไปอีก 6 เดือน

นพ.ทศพร  เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้ที่ประชุมครม.ทราบถึงการลงพื้นที่ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ซึ่งจะมีการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อรองรับอุตสาหกรรมด้านการบิน โดยเน้นความเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ส่วนในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา จะเป็นศูนย์กลางการขนส่งและกระจายสินค้าด้านการเกษตร

การพัฒนาจ.นครนายกเป็นพื้นที่เกษตรและแหล่งผลิตอาหาร, จ.สระแก้วเป็นพื้นเศรฐกิจ ชายแดนกัมพูชาและเวียดนาม โดยจะให้เมืองอรัญประเทศเป็นเมืองคู่แฝด อรัญ - พนมเปญ และจ.ปราจีนบุรี จะให้เป็นการพัฒนาแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ

ที่ประชุมครม.ได้ให้ความเห็นชอบขยายมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนด้านการเดินทาง  โดยต่ออายุโครงการรถไฟ รถเมล์ฟรีเพื่อระชาชน อีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-30 กันยายน 2556 วงเงินชดเชย รวม 2,060 ล้านบาท โดยให้สำนักงบประมาณ จัดสรรงบประมาณชดเชยต่อไป

ทั้งนี้ครม.ยังเห็นชอบกรอบโครงรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 ครั้งที่ 2 โดยตั้งเป้าปริมาณรับจำนำ ที่ 7,000,000 ตัน เนื่องจากประสบภาวะภัยแล้ง ระยะเวลารับจำนำ 1ก.พ-15 ก.ย.56 ใช้งบประมาณ 105,000 ล้านบาท

ด้าน ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติครม.เห็นชอบรายละเอียด อัตราค่าตอบแทนกำลังคนด้านการสาธารณสุขใหม่ ภายใต้วงเงิน 3,000 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-31 มีนาคม 2557 เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่ในการทำงานในพื้นที่ชนบทหรือห่างไกล และเป็นการลดความเลื่อมล้ำของบุคลากรด้านสาธารณสุข โดยเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ที่ทำงานในพื้นที่ห่างไกล จะได้รับค่าตอบแทนที่สูงกว่าผู้ที่ทำงานในชุมชนเมือง และเตรียมมาตราการเยียวยาให้กับบุคคลากร ที่อาจจะมีค่าตอบแทนลดลง จากการบังคับใช้หลักเกณฑ์ใหม่ด้วย

ขณะที่ นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการอนุมัติงบประมาณพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ในพื้นที่ภาคกลางตอนกลาง 5 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ, นครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว โดยเห็นชอบใน 224 โครงการ วงเงิน 92,347 ล้านบาท มีโครงการที่สามารถดำเนินการทันที 17 โครงการ วงเงิน 622 ล้านบาท อาทิ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงเส้นทางคมนามคม การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้ง


แท็ก

กลับขึ้นด้านบน