เกาหลีใต้ประกาศตอบโต้อย่างรุนแรง หากเกาหลีเหลือโจมตี

เกาหลีใต้ประกาศตอบโต้อย่างรุนแรง หากเกาหลีเหลือโจมตี

เกาหลีใต้ประกาศตอบโต้อย่างรุนแรง หากเกาหลีเหลือโจมตี

รูปข่าว : เกาหลีใต้ประกาศตอบโต้อย่างรุนแรง หากเกาหลีเหลือโจมตี

เกาหลีใต้ประกาศตอบโต้อย่างรุนแรง หากเกาหลีเหลือโจมตี แม้จะมีการวิเคราะห์ท่าทีการประกาศภาวะสงครามของเกาหลีเหนือ ว่าเป็นเพียงความพยายามที่จะกดดันให้เกาหลีใต้เปลี่ยนนโยบายต่อเกาหลีเหนือ รวมทั้งเรียกร้องความช่วยเหลือเพิ่มจากสหรัฐ แต่ทางด้านของผู้นำเกาหลีใต้ก็ไม่นิ่งเฉย และประกาศจะตอบโต้อย่างรุนแรง หากเกาหลีเหนือเปิดฉากโจมตีคาบสมุทรเกาหลีจริง

น.ส.ปาร์ค กึน-เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ร่วมประชุมกับกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้และนายทหารระดับสูง เพื่อหารือถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ หลังจากเกาหลีเหนือประกาศว่าถึงเวลาเข้าสู่ภาวะสงคราม ซึ่งผู้นำเกาหลีเหนือ ระบุว่า การข่มขู่ดังกล่าว ถือเป็นคำขู่ที่จริงจังอย่างยิ่ง

โดยผู้นำเกาหลีใต้ประกาศในที่ประชุมว่าจะใช้กำลังทางทหารตอบโต้เกาหลีเหนือทันที หากเกาหลีเหนือกระทำการยั่วยุ และขอให้ตอบโต้โดยไม่ต้องรอการพิจารณาทางการเมือง

เมื่อวันเสาร์ เกาหลีเหนือประกาศภาวะสงคราม หลังข่มขู่จะโจมตีเกาหลีใต้ รวมทั้งฐานทัพของสหรัฐในภูมิภาคและเกาะในมหาสมุทรแกซิฟิกมาหลายสัปดาห์ เนื่องจากไม่พอใจการคว่ำบาตรเพิ่มเติมรอบล่าสุดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ประกอบกับการซ้อมรบร่วมประจำปีของกองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้

แต่ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ต่างอยู่ในภาวะสงครามมาตลอดกว่า 50 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่สงครามเกาหลี และไม่เคยลงนามสันติภาพระหว่างกัน

แม้จะมีคำข่มขู่อย่างจริงจัง และตัดสายด่วนทางทหารและสายด่วนกาชาดไปแล้ว แต่ด่านพรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ยังเปิดตามปกติ และคนงานจากฝั่งเกาหลีใต้ ยังเดินทางข้ามไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมแกซอง นิคมอุตสาหกรรมร่วมของทั้ง 2 ประเทศได้

แต่ทางกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ยืนยันว่า ทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนงานเกาหลีใต้ในนิคมอุตสาหกรรมแกซองเป็นหลัก และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้มีการวิเคราะห์ว่า การที่เกาหลีเหนือยังคงเปิดนิคมอุตสาหกรรมร่วม ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศแหล่งใหญ่ของประเทศ แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือไม่อยากให้ความก้าวร้าวทำลายแหล่งทำเงินของประเทศ

ขณะที่การประกาศภาวะสงคราม ก็เพื่อกดดันให้เกาหลีใต้เร่งเปลี่ยนนโยบายจากแข็งกร้าว มาเป็นการติดต่อพูดกันกับเกาหลีเหนือ รวมทั้งเพื่อกดดันสหรัฐฯให้เสนอความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ขณะที่วันที่ 1 เม.ย. นายคิม จอง อุน ผู้นำเกาหลีเหนือ เรียกประชุมสภาประชาชน ในการประชุมประจำปี เพื่อรับรองแถลงการณ์ประกาศความตั้งใจในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ และการสร้างเสริมเศรษฐกิจของประเทศ การประชุมมีขึ้น 1 วัน หลังการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคแรงงาน ซึ่งได้รับรองแถลงการณ์ดังกล่าวไปก่อนหน้านี้


กลับขึ้นด้านบน