15 วันหลังยุบสภา กับ ความรุนแรงในการเลือกตั้ง

15 วันหลังยุบสภา กับ ความรุนแรงในการเลือกตั้ง

15 วันหลังยุบสภา กับ ความรุนแรงในการเลือกตั้ง

รูปข่าว : 15 วันหลังยุบสภา กับ ความรุนแรงในการเลือกตั้ง

15 วันหลังยุบสภา กับ ความรุนแรงในการเลือกตั้ง

15 วันหลังนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่การแข่งขัน และ ความรุนแรงของการเมืองทุกระดับ มีแนวโน้มสูงขึ้นสิ่งที่แสดงให้เห็นอีกอย่างคือการ จ้างมือปืน ประกบยิง ปาระเบิด และ ลอบยิงหัวคะแนนฝ่ายตรงข้าม ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาตรการป้องกันและปราบปราม แต่ยังมีเสียงสะท้อนมาจากผู้รับผิดชอบบางคนว่า การจัดการลดความรุนแรงเป็นเรื่องยาก เพราะผู้อยู่เบื้องหลังซุ้มมือปืนมักเป็นผู้มีอิทธิพล

ร่องรอยกระสุนอาก้ากว่า 10 นัดที่ปรากฎอยู่บนรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ตั้งแต่บริเวณหน้ารถด้านขวาฝั่งคนขับยาวไปจนถึงท้ายรถทำให้นายวิโรจน์ ดำสนิท นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เสียชีวิต และ นางพรเพ็ญ ดำสนิท ภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะเดินทางกลับบ้าน หลังจากไปร่วมงานศพที่วัดวิจารณ์โสภณ เหตุการณ์ครั้งนี้ตำรวจพุ่งเป้าในเรื่องการเมืองเป็นหลัก เพราะนายวิโรจน์เป็นหัวคะแนนรายสำคัญของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

นับตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการณ์นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารหัวคะแนน และ ผู้สมัครเลือกตั้งแล้วถึง 3 ครั้งครั้งแรกเป็นการลอบยิงนายประชา ประสพดี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจังหวัดสมุทรปราการแต่ไม่สำเร็จ ต่อมาเป็นการปาระเบิดข่มขู่หัวคะแนนพรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ และล่าสุดเหตุลอบยิงนายวิโรจน์ หัวคะแนนของพรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดอ่างทอง

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียง 12 วันเท่านั้น ทั้งที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้กวดขันกวาดล้างมือปืน อาวุธสงคราม และ ป้องกันเหตุความรุนแรงในช่วงเลือกตั้ง

นับตั้งแต่เริ่มศึกเลือกตั้ง 2554 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีมาตรการปราบปรามมือปืน และ ผู้มีอิทธิพลหลายวิธีทั้งการออกปฏิทินหมายจับ 50 มือปืนรายสำคัญซึ่งมีเงินรางวัลนำจับถึงคนละ 100,000 บาท การตั้งด่านปิดล้อมตรวจค้น และ การล่อซื้ออาวุธปืน และ อาวุธสงคราม แต่ดูเหมือนว่า มาตรการเหล่านี้จะไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก

ตำรวจที่ทำงานด้านการปราบปรามมือปืนรับจ้าง มองว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การทำงานไม่สำเร็จ เพราะการทำงานปราบปรามมือปืนทำได้ยาก ด้วยสาเหตุที่ผู้อยู่เบื้องหลังหรือเจ้าของซุ้มมือปืนเป็นผู้มีอิทธิพล และ สามารถส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานได้ ประกอบกับการเลือกบุคคลมาปฏิบัติหน้าที่บางคนไม่เหมาะสม

นับถอยหลังจากนี้ไปอีก 41 วันตำรวจต้องปฏิบัติงานกันอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นมาอีกโดยเฉพาะในพื้นที่ 10 จังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า มีแนวโน้มว่าจะมีความรุนแรง คือ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมาบุรีรัมย์ สมุทรปราการ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และ อุดรธานี


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน