"เกาหลีใต้" ร้องเกาหลีเหนือยกเลิกคำสั่งห้ามเข้า "แกซอง" ชี้เป็นความร่วมมือของ 2 ประเทศ

"เกาหลีใต้" ร้องเกาหลีเหนือยกเลิกคำสั่งห้ามเข้า "แกซอง" ชี้เป็นความร่วมมือของ 2 ประเทศ

"เกาหลีใต้" ร้องเกาหลีเหนือยกเลิกคำสั่งห้ามเข้า "แกซอง" ชี้เป็นความร่วมมือของ 2 ประเทศ

รูปข่าว : "เกาหลีใต้" ร้องเกาหลีเหนือยกเลิกคำสั่งห้ามเข้า "แกซอง" ชี้เป็นความร่วมมือของ 2 ประเทศ

เกาหลีเหนือมีคำสั่งห้ามชาวเกาหลีใต้เข้าไปในนิคมอุตสาหกรรม "แกซอง" ที่อยู่บริเวณชายแดน ถือเป็นสัญญานล่าสุดที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีจะทวีความตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือของเกาหลีทั้งสองฝ่าย และเป็นสิ่งที่จะนำไปสู่ความมีเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางการเกาหลีเหนือได้แจ้งไปยังเกาหลีใต้ว่า เกาหลีเหนือมีคำสั่งห้ามชาวเกาหลีใต้เข้าไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมแกซอง ส่วนคนที่ข้ามไปแล้ว 861 คน สามารถเดินทางกลับไปฝั่งเกาหลีใต้ได้ ทั้งนี้เกาหลีเหนือไม่ได้ระบุว่าคำสั่งดังกล่าวจะมีผลนานแค่ไหน

นายคิม ฮุง ซุก รัฐมนตรีกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือยกเลิกคำสั่งดังกล่าวทันที นิคมอุตสาหกรรมแกซองเกิดจากความร่วมมือของเกาหลีทั้งสองฝ่าย มีบริษัทของเกาหลีใต้เข้าไปลงทุนตั้งโรงงาน 120 แห่ง สร้างงานให้กับชาวเกาหลีเหนือประมาณ 53,000 คน ครั้งล่าสุดที่เกาหลีเหนือมีคำสั่งปิดชายแดนคือเดือนมีนาคมปี 2552 เพื่อประท้วงเกาหลีใต้ที่ซ้อมรบร่วมกับสหรัฐฯ แต่ปิดชายแดนเพียงวันเดียวก็เปิดตามปกติ

ก่อนหน้านี้นายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีใต้ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ว่าการคุกคามของเกาหลีเหนือเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ สหรัฐฯจะปกป้องและคุ้มครองตัวเองและเกาหลีใต้ซึ่งเป็นพันธมิตรทางสนธิสัญญา ท่าทีคุกคามของนายคิม จอง อุน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเป็นสิ่งที่อันตรายและเลินเล่อ

   

ขณะที่สหรัฐฯได้ส่งเรือพิฆาตลำที่ 2 ไปประจำการที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯได้ส่งเรือพิฆาตยูเอสเอสจอห์น แมคเคนไปบริเวณคาบสมุทรเกาหลีแล้ว ส่วนเรือลำที่ 2 คือเรือยูเอสเอสเดคาทูร์(USS Decatur) เพื่อให้ชาติพันธมิตรของสหรัฐฯอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นมั่นใจว่า หากเกาหลีเหนือยิงโจมตีจริงๆ สหรัฐฯก็พร้อมที่จะปกป้องประเทศเหล่านี้

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2556 เกาหลีเหนือก็ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นไปอีกด้วยการประกาศจะเริ่มเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาด 5 เมกะวัตต์ รวมทั้งปรับแต่งอุปกรณ์ต่างๆภายในโรงงานนิวเคลียร์ยองเบียน รวมทั้งโรงเสริมสมรรถนะยูเรเนียมด้วย วัตถุประสงค์เพื่อเสริมศักยภาพของอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ และแก้ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าอย่างรุนแรง

สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีสร้างความกังวลให้กับนานาชาติที่จับตาดูอย่างใกล้ชิด โดยกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียขอให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหาร และจีนขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้น เพื่อร่วมมือกันแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและอ่อนไหว


กลับขึ้นด้านบน