มติ พธม.ค้าน "ร่างกฎหมายเงินกู้ฯ.-ปรับแก้รธน." ขอประเมินเหตุก่อนนัดชุมนุมใหญ่หรือไม่

มติ พธม.ค้าน "ร่างกฎหมายเงินกู้ฯ.-ปรับแก้รธน." ขอประเมินเหตุก่อนนัดชุมนุมใหญ่หรือไม่

มติ พธม.ค้าน "ร่างกฎหมายเงินกู้ฯ.-ปรับแก้รธน." ขอประเมินเหตุก่อนนัดชุมนุมใหญ่หรือไม่

รูปข่าว : มติ พธม.ค้าน "ร่างกฎหมายเงินกู้ฯ.-ปรับแก้รธน." ขอประเมินเหตุก่อนนัดชุมนุมใหญ่หรือไม่

มติ พธม.ค้าน พธม.แถลงจุดยืน "คัดค้าน" รัฐบาลออกพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท-แก้รธน.3 ฉบับ รอประเมินสถานการณ์ก่อนนัดชุมนุม

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) พร้อมด้วยพล.อ.จำลอง ศรีเมือง และนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพธม.ร่วมแถลงมติที่ประชุม ที่บ้านพระอาทิตย์ โดยระบุว่า ที่ประชุมของคัดค้านรัฐบาล กรณีการออกร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง วงเงิน 2 ล้านล้านบาท และการแก้ไขร่างเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา 3 ฉบับ

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ล่าสุด ว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่าจะเป็นการลิดรอนสิทธิประชาชน และเป็นการรวบอำนาจของรัฐบาล แต่จะไม่มีการออกมาเคลื่อนไหว เนื่องจากพิจารณาแล้ว เนื้อหาการแก้ไขไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามหลักเกณฑ์ที่เคยกำหนดท่าทีไว้ก่อนหน้านี้อย่างไรก็ตาม ขอประเมินสถารณ์โดยรวม ก่อนหารือเรื่องการชุมนุมต่อไป

ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รายมาตรา 3 ฉบับ จำนวน 3 คณะ โดยแต่ละคณะมีจำนวน กรรมาธิการ รวม 45 คน ประกอบด้วย ส.ว.10 คน พรรคเพื่อไทย 19 คน พรรคประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคภูมิใจไทย 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน พรรคชาติพัฒนา 1 คน และพรรคพลังชล 1 คน เรียกประชุมนัดแรกแล้ว เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา

คณะกรรมาธิการฯ 3 คณะประกอบไปด้วย คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตราที่ว่าด้วย ที่มาของส.ว. , คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ว่าด้วยหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องเห็นชอบจากรัฐสภา และคณะกรรมาธิการพจิารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และ มาตรา 237 ว่าด้วยสิทธิในการปกป้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญและว่าด้วยการยุบพรรคการเมือง

สำหรับเวลา 22.30 น.นาที หรือกลางดึกวานนี้(3เม.ย.56) กรณีเกิดเหตุวุ่นวาย เมื่อนายไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ ส.ว.ปทุมธานี ได้เสนอปิดอภิปราย ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไม่พอใจ เนื่องจากเวลาอภิปรายของฝ่ายค้าน ยังเหลืออีกประมาณ 2 ชั่วโมง จนเกิดเหตุถกเถียงกัน ซึ่งนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้ใช้อำนาจสั่งพักการประชุม เพื่อให้วิป 3 ฝ่ายได้หารือกัน ผลปรากฏว่า หลังจากใช้เวลาหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง นายไพบูลย์ ยังคงยืนยันจะเสนอปิดอภิปราย ทำให้ประธานในที่ประชุม ดำเนินการการตามข้อบังคับ ด้วยการเปิดให้มีการลงมติ ด้วยการขานรายชื่อสมาชิกรัฐสภา

สรุปผลการลงมติรับหลักการร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ คือ ร่างแก้ไขที่มาส.ว.รับหลักการการเลือกตั้ง 200คน ด้วยคะแนน 367 เสียงต่อ 204 เสียง ส่วนร่างแก้ไขมาตรา 190 รับหลักการที่ตัดบทบัญญัติเกี่ยวกับหนังสือสัญญาระหว่างกรณีความมั่นคงและเศรษฐกิจออก ด้วยคะแนน 374 เสียงต่อ 209 เสียง และร่างแก้ไขมาตรา 68 และ มาตรา 237 ด้วยการยกเลิกกรณียุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิ์การยื่นคำร้องปกป้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญผ่านศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนน 374 เสียงต่อ 206 เสียง

ส่วนกรณีการนับองค์ประชุมหลังการเสนอชื่อคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ไม่ครบองค์ประชุม และส่งผลให้การประชุมล่มระหว่างเสนอกรอบเวลาการพิจารณา นั้น นายสมศักดิ์ ได้ใช้อำนาจประธานในที่ประชุมกำหนดกรอบเวลาแปรญัตติตามข้อบังคับ 15 วันไปแล้ว เมื่อเวลา 02.00 น.ที่ผ่านมา


กลับขึ้นด้านบน