ทูตพาณิชย์โซล ชี้เหตุโสมแดงขู่ยิงขีปนาวุธ ไม่น่าห่วง เร่งดูแลผู้ประกอบการไทย

ทูตพาณิชย์โซล ชี้เหตุโสมแดงขู่ยิงขีปนาวุธ ไม่น่าห่วง เร่งดูแลผู้ประกอบการไทย

ทูตพาณิชย์โซล ชี้เหตุโสมแดงขู่ยิงขีปนาวุธ ไม่น่าห่วง เร่งดูแลผู้ประกอบการไทย

รูปข่าว : ทูตพาณิชย์โซล ชี้เหตุโสมแดงขู่ยิงขีปนาวุธ ไม่น่าห่วง เร่งดูแลผู้ประกอบการไทย

ทูตพาณิชย์โซล ชี้เหตุโสมแดงขู่ยิงขีปนาวุธ ไม่น่าห่วง เร่งดูแลผู้ประกอบการไทย ทูตพาณิชย์โซลรายงานผลจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีระบุสถานการณ์การค้ายังไม่น่าเป็นห่วง กำชับดูแลผู้ประกอบการคนไทยอย่างใกล้ชิดสวนทางค่าวอนอ่อน

 นางศรีรัตน์ รัฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีข่าวความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้รายงานว่า ได้ประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซลอย่างใกล้ชิด โดยประเมินสถานการณ์ว่ายังไม่น่าเป็นห่วง และคนเกาหลีใต้เองไม่ได้ตื่นตระหนก แต่สิ่งที่อาจมีผลกระทบคือ ค่าเงินวอนอ่อนลงอาจทำให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น จึงได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ ณ กรุงโซลและทูตพาณิชย์ประเทศที่ใกล้เคียงทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน และฮ่องกงเฝ้าระวังเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด 

 
ทั้งนี้ สำนักพัฒนาตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ประเมินสถานการณ์ทิศทางเดียวกันว่าไม่น่าเป็นห่วงมากนัก และสถานการณ์ในประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นสหรัฐฯ ยังไม่ตึงเครียดและตื่นตัวมากนัก สำหรับผลกระทบด้านการค้าระหว่างกันยังคงไม่เกิดขึ้นในช่วงระยะสั้น และยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดส่วนการเดินทางของนักท่องเที่ยวไปเกาหลีใต้ หรือนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้มาเยือนไทยอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง โดยทัวร์เกาหลีเข้าไทยจำนวน 1.1 ล้านคน เป็นอันดับ 3รองจากจีนและญี่ปุ่น 
 
ในช่วง2 เดือนแรก(ม.ค.-ก.พ.)ของปี 56 การค้าระหว่างไทยกับเกาหลีใต้มีมูลค่า 2,445ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 14% ขณะที่การค้าไทยกับเกาหลีเหนือมีมูลค่า 21ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 281% 
 
เกาหลีใต้เป็นคู่ค้าอันดับ10 ของไทย ปี 2555 มีมูลค่าการค้ารวม 13,758 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วน 2.9%ของมูลค่าการค้ารวมของไทยกับทั่วโลก ทั้งนี้ไทยและเกาหลีใต้ได้ตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างกันให้เพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2559 และนโยบายการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันเพื่อไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ 
 
ในปี2555 การส่งออกไทยไปเกาหลีใต้มีมูลค่า 4,778 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.4% สินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ ยางพารา น้ำตาลทราย แผงวงจรไฟฟ้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เม็ดพลาสติก กระดาษ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เป็นต้นขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากเกาหลีมีมูลค่า 8,979 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.5%สินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ ได้แก่ เหล็กกล้า เครื่องจักร เพชรพลอยและทองคำ เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้าเป็นต้น 
 
ปี 2555มีมูลค่าการค้ารวม 62 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วนเพียง 0.01% ของมูลค่าการค้ารวมของไทยกับทั่วโลกโดยการส่งออกไทยไปเกาหลีเหนือมูลค่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 67%สินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ ยางพาราเคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก เป็นต้น ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากเกาหลีเหนือ มูลค่า 21ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 74% สินค้านำเข้าจากเกาหลีเหนือ ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เหล็กกล้า เครื่องจักรกล เป็นต้น 
 
นางศรีรัตน์ กล่าวว่า ในวันครบรอบวันสถาปนากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  ได้วางวิสัยทัศน์ในการผลักดันให้เป็นหน่วยงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศชั้นนำของเอเชียหลังจากภารกิจที่เพิ่มขึ้นด้วยบทบาทการส่งเสริมการค้าสองทาง คือ การส่งเสริมการส่งออกสินค้าบริการพร้อมๆ กับการสร้างเครือข่ายการนำเข้าวัตถุดิบ เทคโนโลยี และแรงงานฝีมือ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและสร้างเสถียรภาพทางการค้าของประเทศไทยให้ยั่งยืนสอดรับกับเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นต้องยกระดับองค์กรให้มีภาพลักษณ์ทันสมัยฉับไวและทันต่อสถานการณ์ 
 
ทั้งนี้ การค้าในภาพรวมของประเทศไทยนั้นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง พลาสติก และสินค้าอาหาร ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่โดดเด่นแต่ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมย่อย หรือ ขนาดรองลงมาที่มีศักยภาพในการส่งออกอีกหลายกลุ่มที่ต้องการการสนับสนุนซึ่งจากการเดินทางไปจัดและร่วมงานแสดงสินค้าพบว่า มีตลาดใหม่อีกหลายประเทศที่ยังมีโอกาสให้สินค้าจากประเทศไทยได้เติบโตดังนั้นในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 61 นี้ มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการคุณภาพให้สามารถแข่งขันในเวทีการค้าระหว่างประเทศให้มากขึ้นผ่านทุกช่องทางโดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี(เอฟทีเอ)และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ที่กำลังจะเกิดขึ้น 
 
 
 
 
 
 
 
 


กลับขึ้นด้านบน