เฝ้าระวังเหตุรุนแรงช่วงสับเปลี่ยนกำลังพลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เฝ้าระวังเหตุรุนแรงช่วงสับเปลี่ยนกำลังพลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เฝ้าระวังเหตุรุนแรงช่วงสับเปลี่ยนกำลังพลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

รูปข่าว : เฝ้าระวังเหตุรุนแรงช่วงสับเปลี่ยนกำลังพลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เฝ้าระวังเหตุรุนแรงช่วงสับเปลี่ยนกำลังพลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การตกเป็นเป้าหมายก่อเหตุความรุนแรงของทหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเหตุระเบิด ทำให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต้องฝึกยุทธวิธีการเอาชนะบนท้องถนนให้กำลังพลใหม่ ที่อยู่ระหว่างการสับเปลี่ยนกำลังพลอยู่ในช่วงนี้

                   
ขณะเดียวกัน หน่วยงานต้นสังกัดในแต่ละพื้นที่ ยังได้กำชับกำลังพลทุกคนที่กำลังอยู่ในช่วงพัก และมีภูมิลำเนาอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ระวังตัวสูงสุด หลังเกิดเหตุจี้บังคับและฆ่านาวิกโยธิน ในจังหวัดนราธิวาสเมื่อ 2 วันก่อน

เหตุระเบิดรถบัสทหาร ชุด ร.152 พัน.1 ขณะเดินทางกลับจากคัดเลือกทหารกองประจำการ ในอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ กว่า 20 คนเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 เม.ย.) เป็นความสูญเสียต่อเนื่อง กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขณะปฏิบัติหน้าที่ ในระหว่างวงรอบของการสับเปลี่ยนกำลังพลใหม่เข้ามาประจำการ
 
แม้จะเกิดเหตุลอบวางระเบิดทหารชุดคัดเลือกทหารกองประจำการแต่บรรยากาศการคัดเลือกทหารในอำเภอรามัน จังหวัดยะลา วันนี้ (4เม.ย.) มีเด็กหนุ่มมาเข้ารับการคัดเลือกด้วยความสมัครใจจำนวนมาก ซึ่งปรากฏการณ์เช่นนี้ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าเห็นว่า เป็นสิ่งที่ดีแต่กำลังพลทั้งหมดจะต้องผ่านการฝึกฝนให้สามารถเอาตัวรอดได้ในการต่อสู้

เช่นเดียวกับกำลังใหม่ที่เข้ามาสับเปลี่ยนกำลังในช่วงนี้ ซึ่งต้องผ่านการฝึกหนักเช่นกัน โดยเฉพาะการฝึกแผนเอาชนะบนถนน กล่าวคือ ลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุระเบิด หรือซุ่มยิงข้างทางให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมเน้นยำกำลังพลใหม่ที่มาประจำการ แต่มีภูมิลำเนาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องระวังตัวในระดับสูงสุด แม้อยู่ในช่วงพัก หลังเกิดเหตุจี้บังคับและฆ่านาวิกโยธิน จังหวัดนราธิวาส เมื่อ 2 วันก่อน

ปัจจุบัน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มีกำลังพลประจำการในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 63,227 นาย ซึ่งภายในเดือนนี้ จะมีการสับเปลี่ยนกำลังกันเองในพื้นที่ เช่นอำเภอสายบุรี มอบหมายให้กรมทหารพรานที่ 42 เข้ามาดูแลแทนนาวิกโยธิน และให้หน่วยเฉพาะกิจจังหวัดปัตตานี 26 ย้ายไปรับผิดชอบในอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยก่อนเข้าประจำการ กำลังพลทั้งหมดจะต้องศึกษา และเรียนรู้พื้นที่ จากกองกำลังที่ประจำอยู่เดิม เพื่อลดความสูญเสีย


กลับขึ้นด้านบน