"ไทย-สหรัฐฯ"ร่วมมือเฝ้าระวังเหตุก่อการร้าย

"ไทย-สหรัฐฯ"ร่วมมือเฝ้าระวังเหตุก่อการร้าย

"ไทย-สหรัฐฯ"ร่วมมือเฝ้าระวังเหตุก่อการร้าย

รูปข่าว : "ไทย-สหรัฐฯ"ร่วมมือเฝ้าระวังเหตุก่อการร้าย

อธิบดีกรมสารนิเทศ ระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ว่า ประเทศไทยจะสุ่มเสี่ยงต่อการก่อการร้าย หลังมีรายงานว่า ประเทศไทย เป็นประเทศเสี่ยง ต่อภัยคุกคาม การก่อการร้าย ติดอันดับ 5 ของโลก และอยู่ในอันดับ 1 ประเทศในภูมิภาคเอเซีย ขณะที่ ล่าสุดมีการเปิดศูนย์ประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เอฟบีไอ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อเฝ้าระวั

นายบราวน์เจสัน ดีเลก ผู้ก่อเหตุปล้นรถขนเงิน และฆ่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มลรัฐอริโซนา สหรัฐอเมริกา เป็นบุคคลที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เอฟบีไอ ต้องการตัวและมีการตั้งรางวัลนำจับสูงถึง 5,800,000 บาทและเอฟบีไอ เชื่อว่า นายบราวน์ เจสัน ดีเลก หลบซ่อนตัวในประเทศไทย

ข้อมูลของนายบราวน์ เจสัน ดีเลก ถูกส่งต่อมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อให้ช่วยติดตามตัว ถือเป็นความร่วมมือกันระหว่างสองหน่วยงาน ในการประสานด้านการข่าวเอฟบีไอ ยังให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศเสี่ยงกับการเกิดเหตุก่อการร้ายเป็นอันดับ 1 ในแถบเอเชียและเป็นอันดับ 5 ของโลก

ขณะที่ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยอมรับว่า ประเทศไทยสิทธิเสรีภาพในการเดินทางเข้าออกค่อนข้างมาก ทำให้กลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ใช้โอกาสนี้ในการเดินทางเข้ามาซ่อนในประเทศไทย ซึ่งเอฟบีไอ แสดงความเป็นห่วงเพราะไทยถือเป็นศูนย์กลางของประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดย เอฟบีไอ วิเคราะห์สถานการณ์การก่อการร้ายสากล รวมไปถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ควบคู่กันไปด้วย

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีได้ออกมายอมรับการแจ้งเตือนและนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ช่วงที่นายกรัฐมนตรีจะไปประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็มีการออกมาเตือนการเฝ้าระวังการก่อเหตุ รวมไปถึงช่วงต้นปีที่แล้วกรณีชาวอิหร่านเข้ามาก่อเหตุระเบิดในซอยสุขุม 71 ซึ่งมีผู้ตั้งข้อสังเกตการออกมาเตือนภัยการเฝ้าระวังว่ามีทั้งผลดีและผลเสีย โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ขณะที่ นายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า กระทรวงฯได้ตรวจสอบข้อมูลไปยังหน่วยงานความมั่นคง สภาความมั่นคงแห่งชาติ กองทัพ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ แล้ว นอกจากนี้ ยังได้สอบถามข้อเท็จจริงไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

ซึ่งยืนยันว่าไม่มีข้อมูลดังกล่าว หรือจัดทำรายงานที่ระบุประเทศไทยอยู่ในกลุ่มเสี่ยงก่อการร้ายแต่อย่างใด ทำให้ไม่ทราบที่มาของข้อมูล และข้อมูลน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

อธิบดีกรมสารนิเทศ ยังกล่าวต่อว่า กระทรวงฯ ไม่อยากให้เกิดความวิตกกังวลใดๆ เนื่องจาก ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่า ไทยสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์ก่อการร้าย สำหรับข่าวการก่อการร้ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานจากหน่วยงานความมั่นคง


กลับขึ้นด้านบน