รองประธานรัฐสภาชี้แก้รธน.ชอบด้วยกฎหมาย

รองประธานรัฐสภาชี้แก้รธน.ชอบด้วยกฎหมาย

รองประธานรัฐสภาชี้แก้รธน.ชอบด้วยกฎหมาย

รูปข่าว : รองประธานรัฐสภาชี้แก้รธน.ชอบด้วยกฎหมาย

รองประธานรัฐสภาชี้แก้รธน.ชอบด้วยกฎหมาย ส.ส.พรรคเพื่อไทย ส่งเรื่องให้ทีมกฎหมายพิจารณาความถูกต้อง ก่อนเข้าแจ้งความกล่าวหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีรับคำร้องส.ว.กลุ่ม 40 เพื่อวินิจฉัยการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และ มาตรา 237 ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขณะที่รองประธานรัฐสภา ยืนยันการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รายมาตรา ทั้ง 3 ฉบับ เสร็จสิ้นตามกระบวนการโดยสมบูรณ์และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ก่อนการประชุมวุฒิสภาจะเริ่มขึ้น นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ยืนยันกระบวนการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รายมาตรา จำนวน 3 ฉบับ เสร็จสิ้นด้วยกระบวนการอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยช่วงท้าย หรือเวลา 02.00 น.ของการประชุมไม่ได้เกิดกรณี"สภาล่ม" เนื่องจากสมาชิกรัฐสภา ได้ลงมติผ่านวาระแรกหรือขั้นรับหลักการเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ จะไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ ตามที่ฝ่ายค้านกล่าวอ้าง

รองประธานรัฐสภา ชี้ว่า หาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็ไม่เข้าข่ายที่จะส่งได้ เนื่องจากเป็นขั้นตอนและกระบวนการภายในของฝ่ายนิติบัญญัติ เช่นเดียวกับกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของ ส.ว.กลุ่ม 40 เพื่อวินิจฉัยการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และมาตรา 237 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้น ก็เชื่อว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อกลไกของรัฐสภา ซึ่งตามขั้นตอนยังคงเดินหน้าต่อไป

ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี เปิดเผยถึงกรณีที่จะร่วมกับ นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เพื่อเข้าแจ้งความเอาผิดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่รับคำร้องของส.ว.กลุ่ม 40 ด้วยข้อกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ คงต้องชะลอไว้ก่อน จนกว่าฝ่ายกฎหมายของพรรคจะพิจารณาข้อกฎหมายและสนับสนุนให้ดำเนินการ

ส่วนความคืบหน้าในการพิจารณารายละเอียดของร่างกฎหมาย โดยคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ซึ่งมีนายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน และ คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 11 ซึ่งมีนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี เป็นประธาน นัดหมายจะประชุมครั้งที่ 2 ในวันที่ 10 เมษายนเช่นเดียวกัน โดยนายกฤช ระบุที่จะเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมชี้แจงและให้คำปรึกษา ขณะที่นายดิเรก กล่าวย้ำที่จะพิจารณารายละเอียดของร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่รัฐสภากำหนด


กลับขึ้นด้านบน