แพทย์ชี้เหตุเด็ก 3 ขวบหมดสติในรถตู้ พบความร้อนสูงเกินขนาด

แพทย์ชี้เหตุเด็ก 3 ขวบหมดสติในรถตู้ พบความร้อนสูงเกินขนาด

แพทย์ชี้เหตุเด็ก 3 ขวบหมดสติในรถตู้ พบความร้อนสูงเกินขนาด

รูปข่าว : แพทย์ชี้เหตุเด็ก 3 ขวบหมดสติในรถตู้ พบความร้อนสูงเกินขนาด

แพทย์ชี้เหตุเด็ก 3 ขวบหมดสติในรถตู้ พบความร้อนสูงเกินขนาด อาการของน้องเอย เด็กหญิงวัย 3 ขวบที่ถูกทิ้งในรถตู้โรงเรียน ยังวิกฤต แพทย์ผู้รักษาแจ้งมารดา พบอาการแทรกซ้อนต้องเฝ้าระวัง ขณะที่มารดาได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับครูผู้ช่วยประจำรถ และคนขับรถแล้ว

ขณะที่แพทย์ประจำศูนย์วิจัยเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี วิเคราะห์สาเหตุที่เด็กหมดสติว่า ไม่ได้เกิดจากขาดอากาศหายใจ แต่เกิดจากความร้อนสูงเกินขนาด หรือที่เรียกว่า Heat stroke

อาการล่าสุดของเด็กนักเรียนวัย 3 ขวบที่หมดสติภายในรถตู้โรงเรียน หลังถูกทิ้งไว้ภายในรถนายประมาณ 5ชั่วโมง ขณะนี้แพทย์ที่ทำการรักษาแจ้งผู้ปกครองว่า เด็กมีอาการที่ยังต้องเฝ้าระวัง และอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งนอกจากอาการสมองบวม และอาการตับไม่ทำงาน  ขณะที่แพทย์ประจำศูนย์วิจัยเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี เชื่อว่า สาเหตุที่เด็กหมดสติไม่ได้เกิดจากขาดอากาศหายใจ แต่เป็นเพราะเกิดจากความร้อนสูงเกินขนาด หรือที่เรียกว่า Heat stroke

ตัวเลขบอกอุณหภูมิภายในรถตู้ ที่สูงถึง 44 องศาเซลเซียส ในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. เป็นการจำลองเหตุการณ์ ให้คล้ายกับรถตู้รถโรงเรียนอนุบาล ที่เด็กหญิงมนัสนันท์ ทองภู่ หรือน้องเอย อายุ 3 ขวบ ที่ติดอยู่ภายในรถ ก่อนหมดสติ นานกว่า 5 ชั่วโมง

รถตู้คันนี้ถูกจอดไว้ในที่ร่ม ให้เหมือนกับที่จอดรถตู้ของโรงเรียนที่เกิดเหตุ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. โดยทำการติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ ทั้งด้านใน และด้านนอก

จากนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี จะบันทึกอุณหภูมิทุก 15 นาที ซึ่งผลปรากฎว่า อุณหภูมิในรถจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงเวลาบ่าย ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิสูงที่สุด จากตัวเลขที่ปรากฎและจากการศึกษาตัวอย่างในอดีต  สาเหตุที่ทำให้น้องเอยหมดสติไม่ใช่จากขาดอากาศหายใน แต่เพราะเกิดจากความร้อนสูงเกินขนาด หรือ Heat Stroke

สถิติการเสียชีวิตของเด็ก จากความร้อนในรถซึ่งเกิดจากการลืมเด็กไว้ในรถของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พบว่า มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ขณะที่ประเทศไทยไม่มีการรวบรวมอย่างเป็นทางการ แต่พบว่ามีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นทุกปี ซึ่งแพทย์ที่ทำการศึกษาระบุว่า เป็นเรื่องที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม แม้จะลดกระจกลง ให้อากาศเข้าก็เป็นจุดเสี่ยง

ส่วนการแจ้งความในข้อหากระทำโดยประมาท เป็นเหตุ ให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตำรวจสภ.บางปู แจ้งข้อหากับครูเวรประจำ

ขณะที่ญาติ ยืนยันต้องการให้โรงเรียนยอมรับผิด เพราะการให้ปากคำที่ผ่านมาไม่มีการรับว่าเกิดจากความบกพร่องในการตรวจเช็ค เด็กนักเรียน ซึ่งแม้มีการออกมาแสดงความรับผิดชอบในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล ซึ่งการดำเนินคดีเพราะต้องการให้เป็นบรรทัดฐาน และยังไม่มีการออกมาพูดคุยชัดเจน

ขณะที่โรงเรียนวันนี้ปิดการเรียนการสอนหลัง โดยคืนเงินค่าเรียนปรับพื้นฐานกับผู้ปกครองอื่นๆ ส่วนเจ้าของโรงเรียนเลื่อนการให้ปากคำเป็นวันที่8 เม.ย.2556 เนื่องจากต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกระทันหัน หลังเกิดอาการป่วย

 


กลับขึ้นด้านบน