ศูนย์วิจัยทองคำเผยนักลงทุนมั่นใจราคาทองเพิ่มขึ้นแต่ปัจจัยเสี่ยงยังเพียบ

ศูนย์วิจัยทองคำเผยนักลงทุนมั่นใจราคาทองเพิ่มขึ้นแต่ปัจจัยเสี่ยงยังเพียบ

ศูนย์วิจัยทองคำเผยนักลงทุนมั่นใจราคาทองเพิ่มขึ้นแต่ปัจจัยเสี่ยงยังเพียบ

รูปข่าว : ศูนย์วิจัยทองคำเผยนักลงทุนมั่นใจราคาทองเพิ่มขึ้นแต่ปัจจัยเสี่ยงยังเพียบ

ศูนย์วิจัยทองคำเผยนักลงทุนมั่นใจราคาทองเพิ่มขึ้นแต่ปัจจัยเสี่ยงยังเพียบ ศูนย์วิจัยทองคำ เผยดัชนีความเชื่อมั่นเดือนเมษายน ระดับความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยยังมีปัจจัยกดดันจากดอลลาร์แข็งค่า การขายของกองทุนขนาดใหญ่ และความกังวลเรื่องค่าเงินบาท แต่ได้ปัจจัยหนุนกรณีหนี้ยุโรปยังไม่จบ ประเมินราคาทองคำในกรอบ 21,500-23,000 บาท

 ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย เปิดเผยค่าดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ (Gold Price Sentiment Index) ประจำเดือนเมษายนมีค่าเท่ากับ 52. 84 จุด ซึ่งสะท้อนมุมมองของกลุ่มผู้ค้าและนักลงทุนที่ดีขึ้นในช่วงเดือนเมษายน  อย่างไรก็ตามค่าเฉลี่ยที่สูงกว่าค่ากลางที่ 50 จุดเพียงเล็กน้อย สะท้อนกลุ่มตัวอย่างอาจจะยังไม่มั่นใจว่าราคาทองคำปรับจะตัวเพิ่มขึ้นมากนัก แต่โดยรวมถือว่าดีขึ้นกว่าความเชื่อมั่นที่มีต่อราคาทองคำในเดือนมีนาคมที่อยู่ที่ระดับ 44.07 จุด 

 
กลุ่มตัวอย่างเชื่อมั่นว่า โอกาสที่ราคาทองคำจะปรับขึ้นมาจากปัจจัยบวก เรื่องหนี้ยุโรปที่มาจากวิกฤตของไซปรัส และการเมืองอิตาลี รวมถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่วนปัจจัยกดดันราคาทองคำมาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลให้เกิดการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตลอดจนการเทขายทองคำของกองทุน นอกจากนี้ ความน่าสนใจในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง และประเด็นค่าเงินบาทถือเป็นสิ่งที่กลุ่มตัวอย่างมีความกังวล 
 
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในช่วงสามเดือนข้างหน้า ทั้งกลุ่มผู้ลงทุนและกลุ่มผู้ค้าทองคำมีทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน โดยยังมั่นใจว่าราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีค่าที่ระดับ 65.06 จุด  แต่เมื่อเทียบกับระดับความเชื่อมั่นที่กลุ่มตัวอย่างมีในการสำรวจช่วงเดือนมีนาคมถือว่าลดลงมากสะท้อนมุมมองระยะยาวที่เริ่มมีทัศนคติในเชิงบวกลดลง โดย เมื่อเทียบกับดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในช่วงสามเดือนข้างหน้าของเดือนมีนาคมที่ผ่านมาลดลงร้อยละ 14.04 จากเดิมที่ 75.72 จุด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ค้าทองคำ จากเดิมที่ 80.48 จุด มาอยู่ที่ 55.80 จุด หรือลดลงร้อยละ 25.40 
 
ด้านนายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย กล่าวถึงบทสรุปความคิดเห็นผู้ค้าทองคำที่จัดทำเป็นครั้งแรกในเดือนเมษายน ว่า กลุ่มผู้ค้าทองคำมีมุมมองที่กระจายตัว โดยกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำ ผู้ค้าส่งทองคำ ประธานชมรมค้าทองคำและผู้ประกอบกิจการนายหน้าการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 26 ตัวอย่าง คาดว่าราคาทองคำในประเทศในเดือนเมษายนจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจำนวน 11 ตัวอย่าง คาดราคาทองคำในประเทศในเดือนเมษายนจะปรับตัวลดลงจำนวน 10 ตัวอย่าง และคาดว่าราคาทองคำในประเทศในเดือนเมษายนจะใกล้เคียงกับราคาทองคำในเดือนมีนาคมจำนวน 5 ตัวอย่าง โดยเชื่อว่าปัจจัยที่เป็นบวกกับราคาทองคำคือประเด็นหนี้ยุโรป ที่มาจากวิกฤติของไซปรัส การเมืองอิตาลีรวมถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ปัจจัยที่เชื่อว่าจะกดดันราคาทองคำในเดือนเมษายนมาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ การแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ การเทขายของกองทุน รวมถึงความน่าสนใจในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนค่าเงินบาทยังเป็นปัจจัยที่กลุ่มตัวอย่างให้ความกังวล 
 
 
ทั้งนี้  ความคิดเห็นผู้ค้าทองคำที่มีความเห็นต่อเรื่องราคาทองคำเชื่อว่าราคาทองคำในตลาดโลกจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,550 – 1,650 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ โดยกรอบการเคลื่อนไหวกรอบล่างระหว่าง 1,550-1,560 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ขณะที่กรอบบนระหว่าง 1,620-1,650 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และมีช่วงค่าเฉลี่ยราคาระหว่าง 1,585-1,605 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศเชื่อเคลื่อนไหวในกรอบ 21,500 – 23,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ โดยกรอบการเคลื่อนไหวด้านล่างกลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักระหว่าง 21,500-22,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ ขณะที่กรอบด้านบนกลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักระหว่าง 22,500-23,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ และมีช่วงค่าเฉลี่ยราคาระหว่าง 22,000-22,500 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ 
 
สำหรับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลดลงประมาณ 250 บาทต่อทองคำน้ำหนักหนึ่งบาทองคำ จากราคาทองคำในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ระดับราคา 22,450 บาทต่อหนึ่งบาททองคำมาอยู่ที่ระดับ 22,200 บาทต่อหนึ่งบาททองคำในช่วงปิดตลาดในวันที่ 29 มีนาคม 2556 หรือลดลงประมาณร้อยละ 1.11 โดยการอ่อนตัวเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่มีการแข็งค่าขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม โดยค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจากระดับ 29.76 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ สู่ระดับ 29.28 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนมีนาคม หรือแข็งค่าขึ้นกว่า 48 สตางค์หรือร้อยละ 1.61 ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.5 ประมาณ 365 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม โดยปิดเพิ่มขึ้นเทียบราคาปิดในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 1,579.76 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ มาปิดที่ระดับ 1,597.49 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้น 17.73 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ 
 


กลับขึ้นด้านบน