เกษตรฯหวั่นปัญหา"หิ้วกล้วยไม้" ขึ้นเครื่องบินไปอียู กระทบส่งออก

เกษตรฯหวั่นปัญหา"หิ้วกล้วยไม้" ขึ้นเครื่องบินไปอียู กระทบส่งออก

เกษตรฯหวั่นปัญหา"หิ้วกล้วยไม้" ขึ้นเครื่องบินไปอียู กระทบส่งออก

รูปข่าว : เกษตรฯหวั่นปัญหา"หิ้วกล้วยไม้" ขึ้นเครื่องบินไปอียู กระทบส่งออก

เกษตรฯหวั่นปัญหา ขณะที่การลักลอบส่งออกกิ่งพันธุ์ ต้นพันธุ์ พืชเพื่อปลูกทางไปรษณีย์โดยไม่มีใบ PC พุ่ง ปีนี้ออสเตรีย-เยอรมันแจ้งเตือนรวม 65 ครั้ง เร่งควบคุมก่อนเอาไม่อยู่

 นายดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) แจ้งเตือนปัญหาการตรวจพบการหิ้ว(Hand Carrying)ดอกกล้วยไม้และช่อกล้วยไม้ขึ้นเครื่องบินจากประเทศไทยไปยัง EU โดยสินค้าไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืช(Phytosanitary Certificate)กำกับไปด้วย ทั้งยังได้รับการแจ้งเตือนว่า พบปัญหาลักลอบส่งออกต้นพันธุ์พืช กิ่งพันธุ์ และพืชเพื่อปลูก(Plant intend for planting)ทางไปรษณีย์จากไทยส่งไปถึงกลุ่มผู้ซื้อใน EU มากขึ้น ซึ่งสินค้าไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชแนบไปด้วยเช่นกัน ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2556 ไทยได้รับการแจ้งเตือนปัญหาดังกล่าวจากประเทศปลายทาง โดยเฉพาะออสเตรียและเยอรมัน รวมกว่า 65 ครั้ง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ดังนั้น จำเป็นต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์และเชื่อเสียงของไทย  และป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามมากขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกสินค้ากล้วยไม้ และไม้ดอกไม้ประดับชนิดอื่นๆ ด้วย
นายดำรงค์ กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรขอความร่วมมือร้านค้าและผู้ขายในท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ให้สร้างความเข้าใจกับลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติที่จะซื้อดอกกล้วยไม้หรือช่อกล้วยไม้เพื่อหิ้วขึ้นเครื่องบินไปยัง EU ต้องขอใบรับรองสุขอนามัยพืชกำกับสินค้าทุกชิ้น และดอกหรือช่อกล้วยไม้ต้องผ่านการรมสารเมทิลโบรไมด์จากโรงรมที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร เนื่องจากกล้วยไม้เป็นพืชควบคุมเพื่อส่งออก หากหิ้วไปโดยไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชอาจถูกเรียกตรวจสอบที่ด่านนำเข้าปลายทาง หรือถูกยึดและถูกทำลายทิ้ง ทำให้เสียเงินฟรี” นายดำรงค์กล่าว
 
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวอีกว่า ผู้ที่จะส่งออกต้นพันธุ์ กิ่งพันธุ์ และพืชเพื่อปลูกทางไปรษณีย์ไปต่างประเทศ เช่น กิ่งและยอดลีลาวดี  ต้นกล้วยไม้ แคคตัส และไม้ประดับบางชนิด ให้มาติดต่อที่กรมวิชาการเกษตรก่อน เนื่องจากมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องปฏิบัติตาม อาทิ ต้องขึ้นทะเบียนแหล่งผลิตพืชควบคุมเพื่อส่งออก จดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกพืชควบคุม และพืชเพื่อปลูกบางชนิดต้องผ่านการตรวจสอบแหล่งปลูกด้วย นอกจากนั้น ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการตรวจสอบศัตรูพืชกักกันในพืชแต่ละชนิด เช่น แมลงหวี่ขาว เพลี้ยไฟ แมลงวันหนอนชอนใบ ซึ่งก่อนส่งออกต้องทำการกำจัดศัตรูพืชด้วย 
 
“ที่สำคัญก่อนบรรจุสินค้าลงในกล่องพัสดุ ต้องนำสินค้าไปให้เจ้าหน้าที่กลุ่มบริการส่งออกสินค้าเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรุงเทพฯ หรือด่านตรวจพืชไปรษณีย์หลักสี่ หรือด่านตรวจพืชที่อยู่ใกล้บ้านตรวจสอบก่อน และต้องขอใบรับรองสุขอนามัยพืชเพื่อกำกับพัสดุที่จะส่งออกด้วย ถ้าไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชแนบไป พัสดุอาจถูกตีกลับหรือถูกทำลายทิ้ง และประเทศปลายทางจะแจ้งเตือนมายังกรมวิชาการเกษตร หากปัญหาเพิ่มมากขึ้น ทำให้ประเทศผู้นำเข้าขาดความเชื่อมั่นในระบบควบคุมการส่งออกสินค้าพืชไทย  ซึ่งอาจมีการออกมาตรการตรวจสอบเข้มงวด และกระทบต่อการส่งออกโดยรวมได้” นายดำรงค์กล่าว   
 
หากสงสัยสอบถามที่ กลุ่มบริการส่งออกสินค้าเกษตร สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร โทร. 0-2940-6466-7, 0-2579-1568 หรือด่านตรวจพืชทุกแห่งทั่วประเทศ 
 


กลับขึ้นด้านบน