อธิบดีกรมอุทยานฯตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง จนท. เอี่ยวเหตุช้างป่าตายหลายตัวในช่วง 2 ปี

อธิบดีกรมอุทยานฯตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง จนท. เอี่ยวเหตุช้างป่าตายหลายตัวในช่วง 2 ปี

อธิบดีกรมอุทยานฯตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง จนท. เอี่ยวเหตุช้างป่าตายหลายตัวในช่วง 2 ปี

รูปข่าว : อธิบดีกรมอุทยานฯตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง จนท. เอี่ยวเหตุช้างป่าตายหลายตัวในช่วง 2 ปี

อธิบดีกรมอุทยานฯตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง จนท. เอี่ยวเหตุช้างป่าตายหลายตัวในช่วง 2 ปี ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่พบว่ามีช้างป่าตายหลายตัว ทำให้อธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่า มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ส่วนผลผ่าพิสูจน์ซากช้างแก่งกระจาน พบว่าภายในท้องของช้างตัวดังกล่าว มีลูกช้างเริ่มมีฟันและขนงอกแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ช้างท้องแก่ นอกจากนี้ ยังพบหัวกระสุนที่ลำตัว และที่หัวกะโหลก

ความคืบหน้าเหตุพบซากช้างที่บริเวณอ่างเก็บน้ำกะหร่าง 3 ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยเบื้องต้น นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และนายขจรศักดิ์ สมบูรณ์ นายอำเภอแก่งกระจาน ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดในพื้นที่ อำเภอแก่งกระจาน และ ร้อยโทวรภาส เบ็ญจชาติ หัวหน้าชุดประสานงานอนุรักษ์ช้างป่า บ้านป่าเด็ง เข้าตรวจสอบแล้วสันนิษฐานว่า ช้างตายมาแล้ว 15-20 วัน เป็นช้างเพศผู้ เป็นช้างงา เพราะถูกเปิดหน้าผาก แล้วตัดกะโหลกออก ซึ่งเป็นวิธีของพรานล่าช้างทำเพื่อเลาะโคนงา

หลังพบซากช้างดังกล่าว เมื่อวานนี้ (10 เม.ย.) นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันเดินทางเข้าไปตรวจสอบและพิสูจน์พื้นที่ที่พบซากช้างป่า โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ทำการผ่าซากท้องช้างพบซากลูกช้างอยู่ภายในท้องช้างตัวที่ตาย

จากการตรวจสอบลูกช้างที่ผ่าพิสูจน์ พบว่า ลูกช้างมีฟันงอกแล้ว และมีเส้นขนขึ้นตามตัว แสดงว่า ช้างตัวที่ตายเป็นช้างท้องแก่ เมื่อตรวจร่องรอยของแม่ช้าง พบหัวกระสุนขนาด .22LR ที่ลำตัว 1 หัว ภายในกะโหลก 1 หัว กระสุนลูกซองเบอร์ 9 จำนวน 7 หัว และกระสุนลูกปราย 1 หัว โดยส่วนหัวกะโหลกช้างเจ้าหน้าที่ได้นำเอาไปเข้าเครื่องสแกนที่โรงพยาบาลสัตว์หัวหิน เพื่อหาหัวกระสุนปืนว่ามีอีกหรือไม่

นายธีรภัทธ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ลงมาตรวจสอบทั้งหมด 3 ประการ คือ 1.การตรวจสอบร่วมกับพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับสาเหตุที่ช้างตาย 2.กำชับให้เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และอุทยานใกล้เคียง วางมาตรการเข้มข้นในการลาดตระเวนในพื้นที่ที่มีช้างหากินอย่างเข้มแข็งเพื่อป้องกันเหตุ และ 3.ตรวจดูพื้นที่ที่ช้างเข้าไปหากินในพื้นที่ทำกินของชุมชนต่างๆ เพื่อจะหาแนวทางป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันระหว่างช้างกับคน ในส่วนของซากช้างที่ทำการผ่าพิสูจน์แล้ว เจ้าหน้าที่จะฝังกลบและเผาเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ เนื่องจากสภาพพื้นที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
 
ด้าน นายมโนพัศ เปิดเผยว่า กรณีช้างป่าตัวเมียตั้งท้องถูกฆ่าตายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ขณะนี้ได้มอบหมายให้นายสมพงษ์ จีราระรื่นศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ เป็นประธานสอบข้อเท็จจริง นายชัยวัฒน์ ในฐานะหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในหลายประเด็น โดยเฉพาะกรณีช้างป่าตายหลายตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่

รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งกับชุมชนในพื้นที่หรือไม่ เพราะเป็นสาเหตุของการลักลอบฆ่าช้าง ส่วนจะมีการโยกย้ายหรือไม่ ขึ้นกับผลการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เพราะประเด็นหลักต้องขึ้นกับการอยู่รอดของสัตว์ป่า

ขณะที่นายชัยวัฒน์ ยืนยันว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน ทำเต็มกำลัง และความสามารถ ในพื้นที่ที่มีช้างป่าถูกฆ่าตายคือ พื้นที่เขต 5 ป่าละอู-ป่าเด็ง มีพื้นที่กว่า 5 ไร่ เป็นทั้งพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว คือ มีน้ำตกป่าละอู พื้นที่ที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่า การทำไม้ การลักลอบจุดไฟเผาป่าเพื่อเปิดพื้นที่ ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานมี 2 ชุด ชุดละ 8 คน รวมเป็น 16 คน

ส่วนพื้นที่ทางด้านฝั่งตะวันออก มีชุมชนที่ไปตั้งอาศัยอยู่แล้วเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างคนกับช้าง มีกลุ่มล่าช้างเกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง เพราะมีการจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้ว ที่ยังดำเนินคดีในศาลในส่วนของผู้จ้างวานก็มีอยู่ ส่วนการถูกตั้งกรรมการสอบสวน ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะเป็นข้อเท็จจริงของการทำงาน


กลับขึ้นด้านบน