กระทรวงพลังงาน ตั้งทีมกม.ตรวจข้อมูลออนไลน์ เล็งฟ้องหากบิดเบือน

กระทรวงพลังงาน ตั้งทีมกม.ตรวจข้อมูลออนไลน์ เล็งฟ้องหากบิดเบือน

กระทรวงพลังงาน ตั้งทีมกม.ตรวจข้อมูลออนไลน์ เล็งฟ้องหากบิดเบือน

รูปข่าว : กระทรวงพลังงาน ตั้งทีมกม.ตรวจข้อมูลออนไลน์ เล็งฟ้องหากบิดเบือน

กระทรวงพลังงาน ตั้งทีมกม.ตรวจข้อมูลออนไลน์ เล็งฟ้องหากบิดเบือน กระทรวงพลังงานตั้งทีมกฎหมาย เพื่อตรวจสอบที่มาชุดข้อมูลด้านพลังงานที่ถูกส่งต่อผ่านทางออนไลน์ พร้อมเตรียมเอาผิดหากเป็นการบิดเบือนจนสร้างความเสียหาย ขณะเดียวกันจะพิจารณาให้ ปตท.ลดส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจน้ำมันและก๊าซ ลดข้อครหาการผูกขาด

วาระประเทศไทย วันที่ 1เม.ย.ที่ผ่านมา ประเด็นด้านพลังงาน เกิดข้อถกเถียง และเสริมความเห็นผ่านสังคมออนไลน์ และมีคำถามถึงกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ทำไมราคาน้ำมันในไทยแพงกว่าต่างประเทศ ต้นทุนและโครงสร้างราคาก๊าซถูกบิดเบือนหรือไม่

ด้านเว็บไซต์ของมูลนิธิปัญหาพลังงานเพื่อผู้บริโภค เป็นหนึ่งในสื่อออนไลน์ที่ตั้งคำนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ โดยชี้แจงว่า ตัวเลขต่างๆ ถูกมาจากข้อมูลของฝ่ายรัฐ เช่นกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กรมศุลการ ตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งเวปไซต์ต่างประเทศ ที่ประมวลและสร้างเป็นฐานข้อมูลอีกชุด แล้วนำไปเผยแพร่ ซึ่งเลือกใช้ช่องทางออนไลน์ เนื่องจากสื่อหลักให้ความสนใจน้อยและต้องการโต้แย้งอย่างเปิดเผย

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวยืนยันว่า ไทยมีสำรองน้ำมันเหลือเพียง 8 ปี จึงไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวยพลังงาน ต่างจากบางประเทศที่มีมากกว่าไทย 75 เท่า หรือ 250 ปี ซึ่งน้ำมันดิบที่ผลิตได้แต่ละวันไม่เพียงพอจนต้องนำเข้าประมาณ 8 แสนบาร์เรล หรือร้อยละ 85 ส่วนราคาขายปลีกน้ำมัน ต่ำกว่าหลายประเทศ เช่น กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ ฮ่องกง รวมถึงกลุ่มประเทศยุโรป ทางกระทรวงได้ชี้แจงต่อเนื่องกับกรรมาธิการหลายชุด และเผยแพร่เอกสารชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ และพร้อมเอาผิดต่อผู้บิดเบือนข้อมูล

แม้ราคาน้ำมันเปิดเสรี แต่บางธุรกิจที่เอกชนไม่ลงทุน เช่น ท่อก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ ปตท.ดำเนินการเพียงรายเดียว ทางกระทรวงจะศึกษาว่าทำอย่างไรให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น ทั้งก๊าซและน้ำมัน โดยอาจให้ ปตท. ลดส่วนแบ่งการตลาด แต่ต้องไม่กระทบกับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์


กลับขึ้นด้านบน