ความเสี่ยง จนท.ชุดเผชิญเหตุรุนแรง

ความเสี่ยง จนท.ชุดเผชิญเหตุรุนแรง

ความเสี่ยง จนท.ชุดเผชิญเหตุรุนแรง

รูปข่าว : ความเสี่ยง จนท.ชุดเผชิญเหตุรุนแรง

ความเสี่ยง จนท.ชุดเผชิญเหตุรุนแรง เหตุลอบวางระเบิดรถวีร่า ในอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่กรมทหารพรานที่ 44 เสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บ 6 นายเมื่อ 5 วันก่อน ทำให้เจ้าหน้าชุดเผชิญเหตุ ต้องปรับแผนในการทำงาน โดยเฉพาะการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุจะต้องตรวจสอบที่มาของการแจ้งข่าวให้ชัดเจน หลังพบว่าแนวร่วมเริ่มหันมาใช้ผู้นำชุมชนเป็นเครื่องมือ เพื่อล่อให้เจ้าหน้าที่เคลื่อนกำลังเข้าไปยังพื้นที่สังหาร

แม้ขาซ้ายของอาสาสมัครทหารพรานกฤษฎา ริสา สังกัดกรมทหารพรานที่ 44 จังหวัดปัตตานี จะไม่สามารถกลับมาใช้งานได้อีกแล้ว หลังแพทย์ต้องตัดขาทิ้ง เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแรงระเบิดรถวีร่า ระหว่างที่เขา และเพื่อนพยายามนำกำลังเข้าไปช่วยเหลืออาสารักษาดินแดนที่ถูกยิงเข้าใส่ฐานปฏิบัติการในศูนย์นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เมื่อค่ำวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน ส่วนที่เลือกอีก 5 คน ต้องกลายเป็นผู้พิการ แต่ชะตากรรมเช่นนี้ สำหรับพวกเขาแล้วไม่รู้สึกเสียใจ เพราะได้ทำหน้าที่เพื่อชาติในฐานะของทหารอย่างเต็มภาคภูมิที่สุดแล้ว

ไม่แตกต่างไปจากทหารพรานน้องใหม่ ที่เพิ่งจากบ้านเกิดในจังหวัดกาฬสินธุ์คนนี้ แม้ความสูญเสียที่เกิดกับรุ่นพี่ อาจทำให้เขาหวาดหวั่นไปบ้าง เพราะต้องทำหน้าที่เป็นชุดเผชิญเหตุเช่นกันหากได้รับมอบหมาย แต่ความตั้งใจจริงที่ต้องการมาช่วยแก้ปัญหาภาคใต้ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ห้อยคอที่แม่ฝากให้มาคุ้มครอง คือสิ่งที่ทำให้ตัวเขายังทำหน้าที่รั้วของชาติได้อย่างเข้มเข็ง

แม้ช่วงสงกรานต์จะเป็นวันหยุดยาว แต่ทหารเกือบเต็มกำลังกว่า 60,000 นาย ถูกประจำการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการจัดชุดเผชิญเหตุของแต่ละหน่วยงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งจะทำหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที แต่การลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ชุดนี้บ่อยครั้งทั้งการแจ้งข่าวล่วงหน้าโดยตรง หรือการแจ้งข่าวลวงผ่านผู้นำชุมชนให้แจ้งต่อกับเจ้าหน้าที่ ทำให้ทหารต้องนำบทเรียนจากความพลาดพลั้งมาปรับแผนในการเข้าที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุที่ไม่มีการสูญเสีย หรือมีเส้นทางเข้าออกเปลี่ยวเพียงเส้นทางเดียว เพื่อให้กำลังพลสูญเสียน้อยที่สุด


กลับขึ้นด้านบน