รฟม. ลงนามสัญญาสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ แล้ว

รฟม. ลงนามสัญญาสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ แล้ว

รฟม. ลงนามสัญญาสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ แล้ว

รูปข่าว : รฟม. ลงนามสัญญาสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ แล้ว

รฟม. ลงนามสัญญาสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ แล้ว การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ลงนามสัญญาก่อสร้างงานระบบราง (สัญญาที่ 2) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ

 นางสาวรัชนี ตรีพิพัฒน์กุล ประธานกรรมการ รฟม. เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาก่อสร้างงานระบบราง (สัญญาที่ 2) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว  ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ ระหว่าง รฟม. และ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)  โดยมีนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล  ผู้ว่าการ รฟม.  เป็นผู้ลงนามร่วมกับนายปลิว ตรีวิศวเวทย์  ประธานกรรมการบริหารบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ภายในวงเงิน           ค่าก่อสร้าง 2,400,000,000 ล้านบาท 

 
สำหรับงานระบบราง (สัญญาที่ 2)  เป็นงานออกแบบควบคู่การก่อสร้างสำหรับงานระบบราง(Trackwork) สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ประกอบด้วย งานระบบรางรถไฟฟ้าและรางจ่ายกระแสไฟฟ้าตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าและภายในศูนย์ซ่อมบำรุง ฯลฯ ระยะเวลาก่อสร้าง 1,350 วัน     
 
โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ มีโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบยกระดับตลอดเส้นทางระยะทาง 13 กิโลเมตร แนวเส้นทางเริ่มต้นต่อเนื่องจากแนวเส้นทางของโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (BTS) บริเวณซอยสุขุมวิท 107 (แบริ่ง) ไปตามแนวเกาะกลางของถนนสุขุมวิท ผ่านคลองสำโรง ผ่านแยกเทพารักษ์ แยกปู่เจ้าสมิงพราย เมื่อถึงบริเวณจุดตัดกับโครงการถนนวงแหวนรอบนอกด้านใต้ แนวจะเบี่ยงจากเกาะกลางไปทางด้านทิศตะวันตกของถนนสุขุมวิท เพื่อข้ามทางต่างระดับสุขุมวิท จากนั้นจึงเบี่ยงกลับมาอยู่ในแนวเกาะกลางถนนสุขุมวิท ผ่านแยกศาลากลาง แยกการไฟฟ้า แยกแพรกษา แยกสายลวด จนถึงจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณหน้าสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง มีสถานียกระดับ 9 สถานี ดังนี้ 1. สถานีสำโรง  2. สถานีปู่เจ้าสมิงพราย 3. สถานีเอราวัณ 4. สถานีโรงเรียนนายเรือ 5. สถานีสมุทรปราการ 6. สถานีศรีนครินทร์ 7. สถานีแพรกษา      8. สถานีสายลวด  และ 9. สถานีเคหะสมุทรปราการ 
 
โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ   ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างงานโยธาเมื่อต้นปี 2555 ซึ่งการก่อสร้างงานโยธาอยู่ระหว่างการรื้อย้ายสาธารณูปโภค งานก่อสร้างเจาะเสาเข็มเจาะ  และงานปรับระดับพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุง เป็นต้น  โดยตามแผนงานจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2560
 


กลับขึ้นด้านบน