ชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา มองแถลงด้วยวาจา "เขาพระวิหาร" เพิ่มความขัดแย้ง

ชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา มองแถลงด้วยวาจา "เขาพระวิหาร" เพิ่มความขัดแย้ง

ชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา มองแถลงด้วยวาจา "เขาพระวิหาร" เพิ่มความขัดแย้ง

รูปข่าว : ชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา มองแถลงด้วยวาจา "เขาพระวิหาร" เพิ่มความขัดแย้ง

ชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา มองแถลงด้วยวาจา ประชาชนหลายพื้นที่ติดตามการถ่ายทอดสด การแถลงด้วยวาจาคดีปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ซึ่งหลายคนมองว่า การอ่านถ้อยแถลงของทั้งสองฝ่ายครั้งนี้ จะไม่ส่งผลดีต่อทั้งสองประเทศ ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 ตั้งด่านตรวจเข้มพร้อมปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวของมวลชนบางกลุ่ม

ทหารกองกำลังสุรนารีกองทัพภาคที่ 2 ตั้งด่านบริเวณสะพานคลองบ้านด่าน ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ห่างจากอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ประมาณ 10 กิโลเมตร ไม่อนุญาตให้ประชาชน สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยว เดินทางไปยังผามออีแดง

การปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารดำเนินมากว่า 1 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ตามแนวชายแดนตึงเครียด หลังมีกระแสข่าวว่า กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มกำลังรักแผ่นดินและภาคีเครือข่าย จะเคลื่อนไหวคัดค้านอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก และจะนำธงชาติไทย ไปปักบนพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่ไม่พบความเคลื่อนไหว

ขณะที่ชาวบ้านหลายพื้นที่ทั้งที่จ.เชียงใหม่ และสงขลา ติดตามการถ่ายทอดสดคดีที่กัมพูชายื่นให้ศาลโลก ตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร ปี 2505 กรณีพื้นที่รอบปราสาท ซึ่งเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2556 เป็นวันแรก ที่ฝ่ายกัมพูชาให้ถ้อยแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลก ก่อนที่ฝ่ายไทยจะให้ถ้อยแถลงในวันที่ 17 เมษายน

โดยเฉพาะชาวบ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอ.กันทรลักษ์ ต่างบอกว่า ไม่อยากให้ศาลโลกพิจารณาคำร้องของกัมพูชา และอยากให้คงคำตัดสินปี 2505 ที่ให้ตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา และไม่ตัดสินพื้นที่รอบประสาท เพื่อไม่นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศรอบใหม่


กลับขึ้นด้านบน