"โอบาม่า" เร่งหาคนร้ายวางระเบิดในบอสตัน สั่งเข้มความปลอดภัยเมืองใหญ่ทั่วประเทศ

"โอบาม่า" เร่งหาคนร้ายวางระเบิดในบอสตัน สั่งเข้มความปลอดภัยเมืองใหญ่ทั่วประเทศ

"โอบาม่า" เร่งหาคนร้ายวางระเบิดในบอสตัน สั่งเข้มความปลอดภัยเมืองใหญ่ทั่วประเทศ

รูปข่าว : "โอบาม่า" เร่งหาคนร้ายวางระเบิดในบอสตัน สั่งเข้มความปลอดภัยเมืองใหญ่ทั่วประเทศ

สหรัฐฯเผชิญเหตุวินาศกรรมสะเทือนขวัญอีกครั้ง หลังเกิดเหตุระเบิดสองครั้งซ้อนในงานแข่งขันวิ่งมาราธอนประจำปีในเมืองบอสตัน แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คนและได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 140 คน ทางการสหรัฐฯต้องเพิ่มมาตรการการรักษาความปลอดภัยในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ รวมทั้งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.และนครนิวยอร์ค

เหตุการณ์ขณะเกิดระเบิด 2 ครั้งซ้อนในงานแข่งวิ่งมาราธอนประจำปีในเมืองบอสตัน ในรัฐแมสซาชูเซตต์ของสหรัฐฯเมื่อเวลา 14 นาฬิกา 45 นาที ตามเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับ 2 นาฬิกา 45 นาทีเช้ามืดที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย เหตุเกิดใกล้กับเส้นชัยในขณะที่ผู้เข้าแข่งกำลังวิ่งเข้ามา เสียงระเบิดที่ดังสนั่นพร้อมกับกลุ่มควันที่พวยพุ่ง สร้างความแตกตื่นให้กับฝูงชนที่เส้นชัย ซึ่งต่างก็วิ่งหาที่กำบังกันอย่างอลหม่าน

โดยจุดที่เกิดระเบิดอยู่ห่างกันในระยะประมาณ 50 ถึง 100 หลา เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน หนึ่งในนี้เป็นเด็กชายอายุ 8 ขวบ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 144 คน ในจำนวนนี้ได้รับบาดเจ็บหนัก 25 คนและมีอาการสาหัสอีก 17 คน ขณะที่มีรายงานว่าในจำนวนผู้บาดเจ็บ มีเด็กรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 8 คน เจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉินต้องช่วยกันปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนลำเลียงส่งโรงพยาบาล แรงระเบิดยังสร้างความเสียหายให้กับกระจกหน้าต่างอาคารอีกหลายหลัง

   

เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯประเมินเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นว่าเป็นการโจมตีของผู้ก่อการร้าย แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายในประเทศหรือนอกประเทศ ขณะที่มีรายงานว่าระเบิดที่ใช้การโจมตีเป็นระเบิดขนาดเล็กและจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีร่องรอยของระเบิดแบบซี-โฟร์ (C-4) หรือระเบิดที่มีอานุภาพร้ายแรงอื่นๆ

ตำรวจยังพบระเบิดในอีกหลายจุดของเมืองบอสตัน รวมทั้งที่โรงแรมบนถนนบอยล์สตัน (Boylston) ใกล้กับจุดที่เกิดระเบิด แต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ไว้ได้ คาดว่าน่าเกี่ยวพันกับเหตุระเบิดในงานวิ่งมาราธอน ซึ่งมีการวางแผนการโจมตีที่สลับซับซ้อน นอกจากนี้ยังเกิดระเบิดที่หอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานที่จัดงานวิ่งมาราธอนประมาณ 5 กิโลเมตร แต่จากการตรวจสอบพบว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในงานวิ่งมาราธอน และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า แถลงทางโทรทัศน์ทันทีหลังทราบเหตุว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง แต่ให้คำมั่นว่า จะติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมารับโทษให้ได้ โอบาม่ายังแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุทางการสหรัฐฯได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ รวมทั้งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.และนครนิวยอร์ค ขณะที่องค์การบริหารการบินของสหรัฐฯประกาศให้จุดที่เกิดเหตุระเบิดในเมืองบอสตันเป็นเขตห้ามบินผ่าน

จนถึงขณะนี้่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากลุ่มใดเป็นผู้ก่อเหตุโจมตี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ได้รับคำขู่ใดๆ ก่อนหน้าการแข่งขันและยังไม่มีการจับกุมต้องสงสัย มีเพียงการสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หลายคน ขณะที่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนแจ้งให้ตำรวจติดตามชายผิวคล้ำหรือผิวดำ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นชาวต่างชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด โดยมีผู้พบเห็นชายคนดังกล่าวใส่เป้สะพายหลังสีดำ พยายามจะเข้าไปในในเขตห่วงห้ามก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้นเพียง 5 นาที

   

ด้านนายบัน คี มุน เลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ กล่าวประณามเหตุระเบิดในงานแข่งวิ่งมาราธอนในเมืองบอสตันของสหรัฐฯว่าเป็นการก่อความรุนแรงอย่างไรสติ เพราะการแข่งขันดังกล่าวเป็นที่รู้จักและเป็นที่ชุมนุมของนักวิ่งจากทั่วโลก นายบัน ยังแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บฟื้นตัวเป็นปกติโดยเร็ว โดยถ้อยแถลงของนายบัน มีขึ้นที่อาคารสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ค ระหว่างพิธีรำลึกเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา

งานบอสตันมาราธอน เป็นการแข่งขันวิ่งมาราธอนประจำปีที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของสหรัฐฯและมีนักวิ่งมาราธอนจากทั่วโลกเข้าร่วมชิงชัยถึง 2 หมื่น 7 พันคน ท่ามกลางผู้เข้าชมนับแสนคน โดยการแข่งขันจัดขึ้นในวันแพตทริออต เดย์ (Patriot Day) หรือวันรักชาติ ซึ่งเป็นวันหยุดประจำปีของรัฐแมสซาชูเซตต์เพื่อรำลึกถึงสงครามปฏิวัติอเมริกาครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.1775


กลับขึ้นด้านบน